บทความทั้งหมด
การศึกษา
ข่าว-สื่อ
จิปาถะ
ธนาคาร-การเงิน
ธุรกิจ
บันเทิง
ยานยนต์
ศิลปะ-วัฒนธรรม
สุขภาพ

การเช่ารถตู้ มีความคุ้มค่ามากกว่าการเดินทางด้วยตนเองอย่างไรบ้าง

การเช่ารถตู้ มีความคุ้มค่ามากกว่าการเดินทางด้วยตนเองอย่างไรบ้าง


เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้มีรถตู้วิ่งให้บริการอยู่ตามท้องถนนจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งที่เป็นรถโดยสารประจำทาง และรถที่เป็นรถตู้เช่ารถตู้เช่าในปัจจุบัน มีทั้งที่ให้เช่าเพื่อการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ แล้วแต่ลูกค้า และการเดินทางภายในตัวจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยว อย่างเช่น การ เช่ารถตู้ภูเก็ต เป็นต้น เพื่อให้สามารถเดินทางภายในตัวเมืองภูเก็ตได้อย่างสะดวกสบายที่สุด แม้ว่าจะไม่มีรถส่วนตัว หรือไม่ทราบเส้นทางต่างๆ

การเช่ารถตู้เป็นความคุ้มค่าของการเดินทาง ซึ่งอาจมีความคุ้มค่ากว่าการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวอยู่ในหลายกรณีดังต่อไปนี้
- ไม่ต้องมีรถของตนเองก็สามารถเดินทางได้
- หากเป็นการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว ก็สามารถจัดกิจกรรมภายในรถได้อย่างเต็มที่ และยังรองรับผู้เดินทางได้ในหลายรูปแบบ หลายที่ รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามที่ต้องการ เพื่อความสะดวก และความบันเทิงอย่างครบครัน
- ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเดินทางด้วยการขับรถเอง โดยเฉพาะการเดินทางไกล หรือเดินทางไปกันเป็นหมู่คณะ หรือครอบครัว
- ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว และสะดวกสบาย
- ไม่ต้องจดจำเส้นทาง หรืองกังวลในการวางแผนเดินทาง เพราะพนักงานขับรถจะสามารถไปยังเป้าหมายที่คุณต้องการได้อย่างถูกต้อง เป็นเส้นทางที่ดี และสามารถแนะนำสถานที่ต่างๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไป หรือแหล่งกินอาหาร ให้กับคุณได้อีกด้วย
- หากเทียบกับการเดินทางด้วยรถประจำทาง การเช่ารถตู้แบบเหมาคันเพื่อเดินทาง ก็ช่วยให้ไปถึงที่หมายอย่างรวดเร็วกว่า ไม่ต้องต่อรถหลายต่อ ขนของสะดวก คำนวณค่าใช้จ่ายง่าย และถึงที่หมายอย่างแน่นอน
- ไม่ต้องเสียเวลาในการดูแลรถ ซ่อมบำรุง หรือจัดการเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับรถ เพราะเป็นหน้าที่ของแหล่งที่ให้เช่ารถตู้
- หาแหล่งเช่าง่าย มีให้บริการหลายบริษัทอย่างทั่วถึง แต่ก็ควรเลือกบริษัทที่ไว้ใจได้ และมีสัญญาเช่าที่ดี รวมถึงมีการให้บริการที่ดี
เหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมานี้ คงเพียงพอที่จะบอกว่าการเช่ารถตู้เพื่อการเดินทางเป็นทางเลือกที่ดีมากทางหนึ่งสำหรับคุณและครอบครัว


Updated: 20 ก.ค. 2561 เวลา 11:09 น.
be curve  มีคุณสมบัติอย่างไร

be curve  มีคุณสมบัติอย่างไร


จากการได้ศึกษาในเรื่องของคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักยี่ห้อ be curve  นี้ก็ทำให้เราได้ทราบว่าผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนี้ไม่มีอันตรายอะไรอีกทั้งยังมีออยอรับรองว่าปลอดภัย 100% รับรองว่าทานได้ด้วยคุณสมบัติสมบัติเด่นในเรื่องใดนะหรอในเรื่องของการที่จะดักจับไขมันส่วนเกินที่เราทานเข้าไปจากอาหารการกินที่มากกว่าปกติหรือการทานที่ไม่ได้มากกว่าปกติแต่เป็นการทานอาหารที่เป็นไขมันส่วนเกินสิ เช่นอาหารที่ติดมันพวกหมูสามชั้นอะไรพวกนี้หรือเป็นพวกชีตมันเนยล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่มีไขมันส่วนเกินมากการที่จะทานของพวกนี้ไปมากๆจะส่งผลทำให้เราอ้วนมากเกินพอดีทำให้กลายเป็นหมูตอนได้เลยดังนั้นการที่จะทานอาหารเสริมยี่ห้อ be curve  นี้จะมีคุณสมบัติในการดักจับไขมันจากการรับประทานสิ่งเหล่านี้เข้าไปรับรองได้ว่าคุณสมบัติเด่นของ be curve  ในข้อนี้นั่นแหละที่จะทำให้เราผอมได้
Updated: 11 ก.ค. 2561 เวลา 22:03 น.
ศาสตร์ของการนวดที่ใช้กับกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม มีอะไรบ้าง

ศาสตร์ของการนวดที่ใช้กับกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม มีอะไรบ้าง


การนวด นับได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อผู้คน การนวดเป็นศาสตร์ที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ในแต่ละศาสตร์ของการนวดก็มีที่มาที่ไป และมีวิธีการ รวมถึงเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป

ในปัจจุบันนี้เราได้รู้จักศาสตร์ของการนวดจากทั่วโลกมากขึ้น และได้มีการนำมาใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการ หรือการบรรเทา ผ่อนคลายสำหรับกลุ่มคน

การนวดเนื้อเยื่อส่วนลึก (Deep Tissue Massage)
หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกับการนวดแบบนี้ แต่การนวดเนื้อเยื่อส่วนลึก หรือที่เรียกว่า การนวดดีพทิชชู่ จะช่วยในการปรับสมดุลโครงสร้างของร่างกาย และผ่อนคลายความตึงของเส้นเอ็น มักใช้กับนักกีฬาที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวและผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุและมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ สำหรับการนวดนั้นจะเน้นแรงกดน้ำหนักโดยใช้ทั้งนิ้วมือและข้อศอก

การนวดผู้ตั้งครรภ์ (Pregnancy Massage)
บรรดาคุณแม่ทั้งหลายที่ตั้งครรภ์เชื่อว่าต้องมีปัญหาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างแน่นอน เพราะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นก็ต้องรับน้ำหนักที่มากขึ้นตามไปด้วย วิธีการนวดสำหรับผู้ตั้งครรภ์จึงสามารถช่วยผ่อนคลาย ลดอาการปวดเมื่อย เพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือหากญาติจะช่วยนวดก็ต้องรับคำแนะนำที่ถูกต้องจากทางแพทย์ก่อน

การนวดเพื่อการกีฬา (Sports Massage)
การนวดประเภทนี้เป็นการนวดที่ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะทาง เพื่อบำบัดอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบจากการเล่นกีฬา บรรดานักกีฬาอาชีพทุกคนจะต้องมีนักบำบัดวิชาชีพด้านนี้มาดูแลโดยเฉพาะ ศาสตร์แห่งการนวดเพื่อกีฬาได้นำการนวดหลายประเภทมาประยุกต์ใช้ทั้งการนวดแบบสวีเดน การนวดเนื้อเยื่อส่วนลึก บางครั้งก็ใช้การประคบเย็นร่วมด้วย

การนวดหลัง (Back Massage)
การนวดหลังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะบรรดาหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายที่ต้องนั่งทำงานท่าเดิมๆ ทั้งวัน มักมีอาการปวดหลังและเอว การนวดหลังจึงเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว เทคนิคจะอยู่ที่การลงน้ำหนัก หนัก-เบาของฝ่ามือ มักใช้วิธีการนวดแบบสวีเดนคือการทาน้ำมันและใช้มือลูบผิวควบคู่ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การนวดจะต้องกระทำอย่างถูกต้อง เพราะหากกระทำไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้บาดเจ็บได้ ดังนั้น ผู้ที่ต้องนวด จึงต้องผ่านการเรียนนวดมาก่อน จะเป็นหลักสูตร เรียนนวดไทย หรือการนวดแบบต่างๆ ในปัจจุบันนี้ก็มีสอนอย่างครบถ้วน


Updated: 8 ก.ค. 2561 เวลา 23:10 น.
โต๊ะครูแบบมาตรฐานเป็นอย่างไร

โต๊ะครูแบบมาตรฐานเป็นอย่างไร


โต๊ะครู เป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กับโต๊ะนักเรียนเลยทีเดียว หากโต๊ะนักเรียนมีความสำคัญกับการเรียนรู้ของเด็ก และส่งเสริมสรีระที่ดีในการเรียน โต๊ะครูก็สำคัญต่อการทำกิจกรรมบนโต๊ะพักครู และการจัดระเบียบงานของครูเช่นเดียวกัน

การเลือกโต๊ะที่ครูที่ดีนั้น โต๊ะครู ที่เลือกมักไม่มีกฎตายตัวว่าจะต้องเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้ว ควรเลือกที่มีความทนทาน มีขนาดเหมาะสม และมีลิ้นชักเพื่อเก็บของอย่างเพียงพอได้เป็นระเบียบ ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย

โต๊ะครูมาตรฐาน
โต๊ะครูสามารถเลือกใช้ได้หลายขนาดตามพื้นที่ และความพึงพอใจ แต่สำหรับโต๊ะครูแบบมาตรฐานควรมีลักษณะพื้นฐาน ดังนี้
- ขนาดกว้าง 80 x ยาว 150 x สูง 75 ซม.
- มี 3 ลิ้นชักอยู่ทางด้านขวามือ และมีลิ้นชักยาวกลางโต๊ะสำหรับเก็บของ ที่สำคัญต้องมีกุญแจสำหรับล็อกลิ้นชักด้วย
- โครงสร้างผลิตจากโครงไม้เนื้อแข็งที่แห้งสนิท และเป็นไม้ที่กรมป่าไม้รับรอง
- ด้านบน และแผงข้าง กรุทับด้วยไม้อัดสัก ปิดทับด้วยขอบคิ้วไม้
- มีสีให้เลือกมากมาย เช่น สีธรรมชาติ หรือสีอื่นๆ ตามต้องการ
- ขาโต๊ะและที่พักเท้า ควรผลิตจากเหล็กกลวงสี่เหลี่ยม ขนาด 1×1 นิ้ว
- รอยต่อเชื่อมโดยรอบพร้อมตะไบให้เรียบ
- มียางแข็งที่ได้มาตรฐานรองขาโต๊ะเพื่อกันกระแทก
- หากผลิตจากวัสดุอื่นๆ ต้องเป็นวัสดุอย่างดี ทนทาน กันน้ำ
- ประกอบกันอย่างแน่นหนา งานละเอียด

การเลือกโต๊ะครู อย่างที่บอกไปแล้วว่าสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ การใช้งาน และความพึงพอใจ และควรพิจารณาถึงข้อคำนึงถึงในลักษณะมาตรฐานที่ดีที่ได้กล่าวไปแล้วนี้ประกอบกันด้วย เพื่อให้เลือกได้อย่างเหมาะสม แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ เกิดความพึงพอใจได้มากที่สุด และใช้งานได้ยาวนานคุ้มค่าที่สุดนั่นเอง


Updated: 12 มิ.ย. 2561 เวลา 23:49 น.
วิธีตกแต่งเล็บแบบธรรมชาติ

วิธีตกแต่งเล็บแบบธรรมชาติ


การให้ความสำคัญกับการดูแลเอาใจใส่เล็บนับว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย ซึ่งจะทำให้เล็บของคุณมีสุขภาพดีขึ้น สำหรับในการ สอนเพ้นท์เล็บ ได้ให้ความสำคัญในการตกแต่งและดูแลเล็บเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะเลือกทำศิลปะเล็บแบบสวย เรียบง่าย หรือดูฉูดฉาดแปลกตาขนาดไหน คุณก็ต้องมีความพร้อมเกี่ยวกับการดูแลเล็บ ก็เปรียบเสมือนศิลปินที่จะต้องเตรียมผืนผ้าใบก่อนที่จะละเลงสีให้เกิดสีสันบนชิ้นงาน

1. ขั้นแรกให้ถอดเครื่องประดับที่อยู่บนเล็บออกให้หมด แล้วใช้ตะไบชนิดละเอียดตกแต่งเล็บให้เรียบร้อย ซึ่งแบบของตะไบเล็บมีให้เลือก 2 แบบคือ แบบโลหะ ข้อดีคือราคาถูกกว่าแต่อายุการใช้งานสั้น หาซื้อง่ายและใช้กันทั่วไป สำหรับการตะไบด้วยตะไบโลหะนั้นต้องตะไบไปในทิศทางเดียว ไม่เช่นนั้นเล็บจะเกิดเสี้ยนคม ตะไบแบบเซรามิค มีราคาแพงกว่า อายุการใช้งานยาวกว่า และสามารถตะไบเล็บสวนทางกลับไปมาได้ แต่ต้องใช้อย่างระวังไม่ให้หล่นบ่อยๆ เพราะจะแตกเสียหาย ซึ่งควรทำทุกเล็บอย่างละเอียด สำหรับวิธีการตะไบเล็บนั้นควรตะไบไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรตะไบไปมา การตะไบแบบรูปเหลี่ยมนั้น ให้เริ่มตะไบจากตรงกลางเล็บไปตรงด้านข้างเล็บ

2. ทาครีมหรือน้ำมันลอกหนัง และนวดให้ทั่วโดยนวดเป็นวงกลม ทำความสะอาดเล็บด้วยการแช่เล็บในน้ำอุ่นอย่างน้อย 5 นาที หลังจากนั้นเช็ดมือให้แห้งด้วยผ้านุ่ม หลังจากนั้นให้ทำการขูดเล็บเพื่อให้เล็บได้ผลัดเซลล์ใหม่ ซึ่งจะทำให้เล็บมีความเรียบเนียนขึ้น โดยอุปกรณ์สำหรับขูดผิวเล็บมีลักษณะแบน และปลายมน ไว้สำหรับขูดเบาๆ บนหน้าเล็บ เพื่อทำความสะอาด กำจัดขี้ไคลเล็บ และช่วยให้ผิวเล็บเรียบขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการผลัดเซลล์ผิวหน้าเล็บอีกด้วย

3. หลังจากทำความสะอาดเล็บแล้ว เล็บยังคงมีความอ่อนนุ่ม ให้ใช้ออเร้นท์สติ๊กเขี่ยหนังให้หลุดออก หรือจะใช้นิ้วช่วยก็ได้ จากนั้นให้ห่อมือด้วยผ้านุ่ม หรืออาจใช้คีมสำหรับลอกหนังโดยเฉพาะ ซึ่งอุปกรณ์สำหรับตัดหนัง มีสองประเภท คือ แบบคีม เหมาะกับการตัดหนังตามซอกเล็บมากกว่า เพราะจะง่ายต่อการใช้งาน และในแบบของกรรไกร ใช้เล็มหนังที่ไม่อยู่ตามซอกเล็บ และการใช้งานกรรไกรตัดหนังนั้น ต้องให้ปลายกรรไกรด้านโค้งหันออกจากหนังที่ตัดเสมอ ทั้งนี้ ควรทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง ทางที่ดีควรจะให้ช่างทำเล็บเป็นคนทำให้ เพราะหากคุณตัดหนังเองจนหนังสั้นเกินไปจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้

4. เมื่อเสร็จขึ้นตอนของการตกแต่งเล็บแล้วจากนั้นให้นวดมือเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เสร็จแล้วให้ล้างครีมหรือน้ำมันออกด้วยน้ำอุ่นและใช้สบู่ถูเบาๆ เช็ดด้วยสำลี สุดท้ายทาน้ำยาเคลือบเล็บเพราะจะช่วยให้รูปที่วาดลงบนเล็บติดทนและดูเงางาม

5. ควรศึกษาอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ดูและเล็บหรือผลิตภัณฑ์สำหรับทำเล็บก่อนตัดสิ้นใจเลือกซื้อ เช่น วันหมดอายุ หรือสังเกตสภาพของผลิตภัณฑ์ว่ายังมีคุณภาพดีหรือไม่ โดยทั่วไปอายุของเครื่องสำอางเล็บอยู่ที่ประมาณ 3 ปี หรือดูจากลักษณะการแยกตัวของสีหากหมดอายุแล้วไม่ควรใช้เด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ


Updated: 20 พ.ค. 2561 เวลา 23:41 น.
สารพัดวิธีแก้ปัญหาคิ้วบางด้วยของใช้ที่มีในบ้าน

สารพัดวิธีแก้ปัญหาคิ้วบางด้วยของใช้ที่มีในบ้าน


ปัญหาคิ้วบาง เป็นปัญหาที่มีผู้ประสบอยู่ไม่น้อย ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งอาจจะยังไม่กล้าสักคิ้ว หรืออยากเลือกใช้วิธีทางธรรมชาติก่อน วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการแก้ปัญหาคิ้วบางมาฝากด้วยของที่หาได้ง่ายในบ้านของคุณค่ะ

ดอกอัญชัน ให้ใช้ดอกอัญชันประมาณ 6 ดอก ที่ล้างสะอาดแล้ว นำมาบดเอาแต่น้ำ ใช้ทาให้ทั่วคิ้วทั้งสองข้างทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง รอจนแห้งสนิท หรือจะใช้ทาก่อนเข้านอนก็ได้ สารแอนโธไซยานินที่มีอยู่ในดอกอัญชันจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด กระตุ้นรากขนทำให้ขนคิ้วดกดำมากขึ้น หากทำเป็นประจำคุณจะเริ่มเห็นผลใน 1 เดือน และจะเห็นผลชัดเจนเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 3

น้ำมันมะกอก
วิธีนี้ให้คุณใช้คอตตอนบัดจุ่มลงไปในน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ให้ชุ่มพอประมาณ แล้วนำมาทาคิ้วทั้งสองข้างแบบบาง ๆ พร้อมกับนวดไปด้วยแบบเบา ๆ และทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที วิตามินบีและวิตามินอีที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกจะช่วยบำรุงขนคิ้วให้ยาวและแข็งแรงยิ่งขึ้น

น้ำมันมะพร้าว
เพียงนำน้ำมันมะพร้าวมาทาขนคิ้วเพียงวันละหนึ่งครั้งก่อนเข้านอนเป็นประจำ แล้วล้างออกในตอนเช้า ก็สามารถช่วยทำให้ขนคิ้วของคุณดกหนาขึ้นมาได้เช่นกัน เพราะน้ำมันมะพร้าวนั้นมีคุณสมบัติช่วยคงความชุ่มชื้น ทำให้รูขุมขนมีสุขภาพดี จึงช่วยการกำเนิดเส้นขนบริเวณที่ทาได้เป็นอย่างดี

น้ำมันละหุ่ง
วิธีนี้เพียงแค่คุณใช้น้ำมันละหุ่งเพียงเล็กน้อย นำมานวดทาเป็นวงกลมบริเวณคิ้วช้า ๆ อย่างเบามือ ครั้งละประมาณ 10 นาที โดยให้ทำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หากทำเป็นประจำจะช่วยทำให้ขนคิ้วดกและเข้มมากยิ่งขึ้น

นมสด
ให้คุณใช้สำลีชุบน้ำนมพอประมาณ จากนั้นให้นำมาทาหรือกดลงไปตามแนวคิ้วทั้งสองข้าง ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่มีอยู่ในนมจะช่วยกระตุ้นให้รากขนทำงานได้ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยาวของคิ้วได้อีกด้วย

ปิโตรเลียมเจล
เมื่อนำมาทาลงไปยังผิวหนังหรือส่วนต่างๆ จะช่วยทำให้รูขุมขนชุ่มชื้น ขนคิ้วดกดำหนาเป็นเงาขึ้นมาได้ เนื่องจากปิโตรเลียมเจลนั้นมีคุณสมบัติช่วยเก็บกักความชื้น

เบบี้ออยล์
ให้เริ่มจากการใช้สำลีก้อนชุบออยล์ แล้วนำมาปาดทาขนคิ้วเป็นประจำทุกวัน ทำต่อเนื่องเป็นประจำเพื่อให้เห็นผล

ถ้าคุณมีคิ้วบาง ลองนำวิธีดีๆ ที่หาได้จากในบ้านเหล่านี้ไปลองใช้ดูนะคะ แต่การเห็นผลนั้นก็จะขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย หรือหากคุณอยากเห็นผลอย่างแน่นอน ก็เพียงแค่เลือกใช้การสักคิ้วสามมิติ ก็ช่วยให้ได้คิ้วสวยๆ อย่างเป็นธรรมชาติได้ง่ายๆ แล้วล่ะค่ะ แต่ต้องเลือกร้านที่ช่างผ่านหลักสูตร เรียนสักคิ้วสามมิติ ทำคิ้วจากโรงเรียนสอนสักคิ้วสามมิติที่มีคุณภาพด้วยนะคะ


Updated: 9 พ.ค. 2561 เวลา 21:21 น.
ข้อปฏิบัติง่ายๆช่วยลดสิวและริ้วรอยได้

ข้อปฏิบัติง่ายๆช่วยลดสิวและริ้วรอยได้


สำหรับเราปัญหาของสิวไม่ว่าจะเป็นสิวหัวดำหรือว่าสิวผด หรือสิวเสี้ยน สิวอักเสบ มันบอกได้เลยว่ามันเคยเผชิญมาหมดแล้ว ทำทุกทางยังไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ จนกลายเป็นว่าสิวกลายเป็นโรคประจำตัวของเราเองไปแล้ว แต่แม้นว่าจะเป็นประจำแต่เราก็ยังอยากที่จะหาทางในการรักษาหรือว่าหาข้อปฏิบัติสำหรับการที่จะทำให้ไม่เกิดสิวขึ้นมาอีก หรือว่าลดปริมาณให้น้อยลงไปได้ จนในปัจจุบันนี้สิวลดลงได้แล้วแต่ยังมีประปราย ยังไม่หายขาด ตามวิธีการดังต่อไปนี้

การดูแลสุขภาพอนามัยของใบหน้า และผิวกายให้ดี จะลดการเกิดสิวได้มาก dr.jill ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งเช้า – เย็น ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่ช่วยลดความมัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า เพราะมือของเรานี้แหละที่จะเป็นตัวการที่ทำให้ใบหน้าเดสิวและเกิดผิวหนังอักเสบอีกด้วย นอกจากงดการสัมผัสใบหน้าแล้วยังต้องลดการแกะ แคะสิว อีกด้วย เพราว่าการแกะ แคะ สิวจะทำให้เกิดปัญหาสิวลุกลามและเป็นรอยและมีอาการอักเสบอีกด้วย

การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ ปลา งดแป้งนำตาล ซึ่งวัยรุ่นนิยมในการที่จะรับประทานมากกว่าปกติปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันเสียใหม่ เพื่อสุภาพผิวหน้าที่ดีมากว่าเดิมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยจะต้องนอนให้ได้ 8 ชั่วโมง ท่องไว้ว่าอย่านอนเกิน 5 ทุ่ม

ดื่มน้ำให้บ่อย จิบเรื่อยๆในระหว่างวัน น้ำสะอาดจะทำให้ใบหน้าสดชื่น ล้างสารพิษได้ด้วยลดของมันของเค็ม ควบคุมอาหาร อาหารขบเขี้ยว ของทอด
ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งหนึ่ง 30 นาทีขึ้นไป จะช่วยปรับฮอร์โมนลดสิวด้วย หากว่าไม่มีเวลาแนะนำให้ออกกำลังกายที่บ้านตาม YOUTUBE ก็ได้งดการส่องกระจก เพื่อลดการกระตุ้นการอยากแกะแคะสิว ทำให้ใบหน้าบริเวณที่เกิดสิวอักเสบไปมากกว่าเดิม

ข้อพึงระลึกเมื่อเกิดสิว
สิวไม่ใช่สิ่งแก้ไม่ได้ ไม่ใช่ติดตัวมาแต่กำเนิด  สามารถรักษาได้ แต่ที่ยังไมได้ผลอาจจะเป็นเพราะว่ายังไม่เจอหนทางและวีการที่ถูกต้องสิวที่ขึ้นบนใบหน้าไม่ควรไปแคะ ไปแกะมันมากจนเกินไป เพราะว่าการแคะการแกะยิ่งไปทำให้มันเกิดมากขึ้นการรักษาสิว ด้วยผลิตภัณฑ์ทั่วไป เป็นการรักษาที่ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นอีก dr.jill เพราะว่าเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ การออกกังกายและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอช่วยลดสิวได้


Updated: 8 เม.ย. 2561 เวลา 10:41 น.
สมควรในการลงทุนซื้อ mojo หรือไม่

สมควรในการลงทุนซื้อ mojo หรือไม่


ตอนนี้ยังไม่ได้ทดลองใช้จึงมีความสนใจในการที่จะลงทุนหาซื้อผลิตภัณฑ์มาร์สหน้า mojo ตัวนี้มาลองใช้ดูด้วยความว่าเป็นอะไรที่ไม่เคยมันจึงมีความยากในการจะทดลองตามภาษาของมนุษย์ทั่วไปอะไรที่เราไม่เคยได้หรือเป็นของใหม่มันก็มักที่จะมีความตื่นเต้นเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกันกับการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงหน้าผลิตภัณฑ์มาร์สหน้า mojo ใหม่ใหม่มันก็ต้องมีความอยากพี่จะลองอยู่แล้วก็เลยคิดว่าน่าจะลองด้วยตัวเองไม่อยากที่จะฟังจากคนอื่นอีกต่อไปแล้วทดลองใช้ให้จริงจังไปหรือว่า ว่าเราเองเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนี้หรือไม่จะได้รู้ดำรู้แดงกันไปใช้ดีก็จะได้ใช้ต่อหาใช้ไม่ได้ผลก็แค่หยุดใช้เท่านี้มันก็แค่เหนื่อยง่ายไม่เห็นจะต้องมามากมายอะไรเลยเราคิดอย่างนี้เสมอมาสำหรับการใช้ก็เลยไม่ค่อยปวดหัวหรือไม่ค่อยเครียดเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้สักเท่าไหร่ใช้ผลิตภัณฑ์มาร์สหน้า mojo ได้ผลไม่ได้ผลก็แค่ทดลองกันไปตามกรรมวิธีของแต่ละคน
Updated: 3 เม.ย. 2561 เวลา 09:47 น.
นอนให้เพียงพอช่วยให้หน้าใสได้

นอนให้เพียงพอช่วยให้หน้าใสได้


หากคุณยังเป็นอีกคนหนึ่งที่นอนดึก สมควรที่จะปรับเปลี่ยนฟฤติกรรมการนอนได้เวลาที่ดีในการนอนคือไม่ควรเกิน 4 ทุ่ม นอนรวมๆกันแล้ววันหนึ่งไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง เวลาที่ดีที่สุดในการนอนจากการวิจัยแล้วพบว่าคือช่วงเวลา 3 ทุ่มไปจนถึงตี 4  

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการที่จะรักษาสุขภาพผิว การนอนดึกนอกจากจะทำร้ายทำลายสุขภาพผิวแล้วยังทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย โทรม แก่วัย ให้ท่องเอาไว้ว่า ยิ่งนอนดึกยิ่งแก่ไว

การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอทำให้ มีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีขึ้น มีระบบทางเดินหายใจที่ดี มีระบบทางเดินอาหารที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีอายุยาวกว่าเดิม และร่างกายไม่เสื่อมโทรม  ช่วยเติมเต็มและซ่อมแซมผิว การหลับเป็นการตัดการรับรู้สิ่งต่างๆร่างกายได้รับการพักผ่อน ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้เต็มที่ หากนอนไม่เพียงพอหรือหลับๆตื่นๆหรือว่าหลับไม่ลึกพอแล้วละก็จะส่งผลให้ หน้าตาก็เสื่อมโทรมไปด้วย ผลิตภัณฑ์ ราคาแพง สบู่หน้าใส ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย วันนี้จึงมีแนวทางในการทำให้นอนไวและนอนหลับสนิทมาแนะนำสาวๆกัน

จัดตารางการนอนให้เหมาะสม ให้จดจำเอาไว้เลยว่า นอนไว ร่างกายจะได้รับการฟื้นฟู ฮอร์โมนได้ทำงาน นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ไม่เปิดเพลง นอนให้สนิท ไม่มีการรบกวนจากภายนอก ไม่นำอุปกรณ์รบกวนการนอนมาไว้ในห้องนอน เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่น ทีวี

เปิดแอร์อุณหภูมิพอเหมาะเพื่อให้นอนสบาย หลับสนิท ที่นอน หมอน สำคัญในการนอน ทำให้หลับสบาย หลับสนิท ลงทุนเรื่องที่นอน หมอนถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า พยายามในการเอามาตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค ลดไรฝุ่น

อาบน้ำอุ่นให้เลือดลมไหลเวียน เปิดเพลงเบาๆฟังก่อนนอน ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย หลับสนิทมากยิ่งขึ้น

ปรับท่านอนให้ผ่อนคลาย ท่านอนที่ดีที่สุดในการนอนรักษาสุขภาพผิวคือการนอนหงาย ทำให้หายใจคล่อง ไม่มีอะไรมากดทับด้วย ไม่มีอะไรกดใบหน้าไม่มีอะไรริ้วรอยด้วย เป็นท่านอนที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดด้วย

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชากาแฟ น้ำอัดลม เพราะสารเหล่านี้ทำให้นอนไม่หลับเพราะว่าสารดังกล่าวจะเข้าไปกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว หันมาทานพวก นมอุ่นๆก่อนนอน ทานพวกกล้วย ข้าวกล้อง ขมมปังโฮวีท เพราะว่ามีสารพวกสารเซโรโทนิน (serotonin) ทำให้หลับสบายมากยิ่งขึ้น


Updated: 17 มี.ค. 2561 เวลา 11:55 น.
การลดน้ำหนักที่ถูกต้องไม่ใช่การอดอาหาร

การลดน้ำหนักที่ถูกต้องไม่ใช่การอดอาหาร


ความเชื่อเรื่องของการอดอาหาร การทานอาหารแต่เพียงเล็กน้อย เพื่อที่จะให้ตัวเองไม่อ้วนเป็นความเชื่อที่หยั่งรากฝังลึกมานานนม แก้ไขยากมาก เพราะอันที่จริงแล้วการลำน้ำหนักที่ถูกต้องคือการออกกำลังกาย
บางคนอดอาหารในมื้อเช้าเพื่อมาทานในมื้อเที่ยงเพียงครั้งเดียวเพื่อลดปริมารอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่กระทำผิดอย่างยิ่งเพราะว่ามือเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด มื้อที่สมควรลดคือมื้อเย็นต่างหาก
หนักไปมากว่านั้นสำหรับบางคนที่ลดน้ำหนักแบบอดอาหารประเภทนั้นไปเลยคือการงดคาร์ไฮเดรต แป้ง ทานแต่ผักผลไม้ ถามว่าช่วยให้ไม่อ้วนได้จริงไหมมันก็จริงในระดับหนึ่งแต่มันไม่ได้เป็นผลดีต่อร่างก่ายแต่อย่างใดเพราะว่า การทานอาหารประเภทเดียวไปนานๆ ทำให้ร่างกายประสภาพตัวเองให้คุ้นชินในการที่จะย่อยแต่อาหารประเภทนั้น ความสามารถในการย่อยประเภทอื่นจะลดลงจะย่อยได้แต่ผักผลไม้เท่านั้น ถามว่ามีผลต่อร่างกายร้ายแรงมากไหมแต่ไม่ได้มาก แต่จะทำให้ไม่ค่อยสดชื่น เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง เนื่องจากทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ขาดสารอาหาร ซูบเซียวเท่านั้น

การลดความอ้วนด้วยการอดอาหารแต่ไม่ออกกำลังกาย ไม่ควบคุมในปริมาณที่เหมาะสม เมื่อกลับมากินเหมือนเดิมจะต้องประสบกับปัญหา กลับมาอ้วนอย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่า “โยโย่” ระบบเผาผลาญพัง อ้วนเร็ว ลดน้ำหนักได้ยากมากกว่าเดิมเข้าไปอีก

การลดน้ำหนักที่ถูกต้องจึงเป็นการควบคุมอาหารในปริมาณที่เหมาะสม สัดส่วน

คาร์โบไฮเดรตในอัตราส่วน 65 %  ร่างกายดึงมาใช้ระหว่างวันมากที่สุด
 ไขมัน 20 %  ใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองยามฉุกเฉิน
 โปรตีน 15  %  ใช้ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

เลือกกินในสัดส่วนดังกล่าวเท่านี้ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอดอาหาร ไม่จำเป็นจะต้องทาน
อาหารเสริม praya  หรือว่ายาลดความอ้วนแต่อย่างใด หันมาออกกำลังกาย ควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม จะมีรูปร่างที่สมส่วน แถมยังสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย


Updated: 15 มี.ค. 2561 เวลา 10:17 น.
หน้าที่: 1   |   2   |   3   |   4   |   5      »      [26]

 

Copyright @ 2013 : http://shawngriffiths.com