บทความทั้งหมด » ธุรกิจ

ทำไมจึงมีรังแคเกิดขึ้น

ทำไมจึงมีรังแคเกิดขึ้น


หลายๆคนกำลังประสบกับปัญหารังแคมาคอยกวนใจคุณอยู่แน่นอนว่าเจ้ารังแคนี้บางคนยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าสิ่งที่กำลังประสบพบเจอนั้นมันคือ ปัญหารังแคนั้นเอง ลองสังเกตว่าผมของเรามีเจ้าแผ่นสะเก็ดเล็กๆ สีขาวๆ ที่หลุดลอกออกมาจากหนังศีรษะหรือไม่ ถ้ามีนั้นแหละมันคือ รังแคนั้นเอง การที่เราจะจัดการในการที่จะแก้ไขปัญหารังแคนี้ในปัจจุบันนั้นมันมีวิธีการในการที่จะแก้ปัญหามากมายหลากหลายวิธีการทั้งการใช้แชมพูในการที่จะขจัดรังแคหรือว่า แชมพูแก้ผมร่วง ซึ่งถามว่ามันได้ผลหรือไม่ มันได้ผลอย่างแน่นอน แต่ว่ามันคือ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนั้นเอง ดังนั้นหากเราจะต้องการที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดนั้นมันไม่ยากเลย แค่เพียงเราจะต้องแก้ปัญหาที่สาเหตุของการรังแคนั้นเองเมื่อเราสามารถที่จะแก้ปัญหาจากต้นตอของรังแคได้ปัญหารังแคจะลดลงตามธรรมชาติลองมาดูต้นเหตุของรังแคดีกว่า
1. อากาศหนาวมากจนเกินไปจนเกิดผิวแห้ง การที่ผิวแห้ง หนังศีรษะแห้ง ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดรังแคเพราะว่าอากาสที่เปลี่ยนแปลงไปจนทำให้หนังศีรษะปรับตัวไม่ทัน
2. การสระผมที่ไม่พอดี ทั้งการสระผมน้อยเกินไปหรือว่าการสระผมมากจนเกินไปก็ไม่ได้ดีต่อหนังศีรษะเลยนะ การที่สระผมเป็นประจำมักที่จะเกิดปัญหาผมขาดความชุ่มชื้นตามธรรมชาติสุดท้ายจะผลิตน้ำมันออกมาทดแทนทำให้เกิดผมมันและมีปัญหารังแคตามมา แต่ถ้าสระผมน้อยมากจนเกินไป  อาจจะทำให้เกิดปัญหาน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วก่อตัวจนทำให้เกิดเป็นรังแคจากสิ่งสกปรกที่หมักหมมนั้นเอง
3. หนังศีรษะได้รับสารเคมีมากจนเกินไป การทำสวยของเราไม่ว่าจะเป็นการดัดผม ทำสีผม การหนีบ การไดร์ การแต่งทรงผมด้วยเจลหรือมูสต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นการเพิ่มสารเคมีให้หนังศีรษะทั้งสิ้น สุดท้ายกลับเป็นตัวการในการที่จะทำให้เกิดปัญหารังแคตามมา
4.  เชื้อรามาลาสซีเซีย (Malassezia) เป็นเชื้อชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่หนังศีรษะตามธรรมชาติอยู่แล้วแต่ว่าจะมีจำนวนมากขึ้นเมื่อมีปัจจัยสนับสนุนจำพวก อายุ ฮอร์โมนและความเครียด มากเกินไปจะทำให้เกิดการสร้างและผลัดเซลล์ผิวหนังที่เร็วกว่าปกติ ซึ่งทำให้เกิดรังแค ตามมานั้นเอง
5. การเร่งผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป การเร่งผลัดเซลล์ผิว เช่น การสระผมบ่อยมากจนเกินไป สระทุกวันนั้นจะเป็นการที่จะเร่งให้เซลล์ที่ตายแล้วถูกผลัดออกมาจนสะสมเป็นก้อนรังแค และจะมีอาการคันศีรษะตามมา
Updated: 13 ก.พ. 2562 เวลา 21:56 น.
จัดเช็คอินหัวหินที่คุณต้องมา

จัดเช็คอินหัวหินที่คุณต้องมา


หิวหินเป็นอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจและมีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากแล้วยังมีที่พักที่แสนสบาย เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก สำหรับใครที่ต้องการมาพักผ่อนกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ และต้องการทำกิจกรรมร่วมกัน ขอแนะนำ บ้านพักหัวหิน พูลวิลล่า ซึ่งมีห้องพักหลากหลาย มีอุปกรณ์สำหรับการจัดกิจกรรมและการเลี้ยงสังสรรค์ พร้อมด้วยสระว่ายน้ำส่วนตัว สามารถรองรับทุกคน รับรองได้ว่าสะดวกเหมือนอยู่ที่บ้านแน่นอน
    1. หัวหินจัดว่าเป็นเมืองเล็กๆที่มีความน่าสนใจอยู่มากมาย ทำให้ผู้คนหลากหลายเดินทางมาที่นี่ตลอดทั้งปี ส่วนหนึ่งก็เพราะเป็นเมืองที่ติดทะเล และมีสถานที่สำคัญๆในประวัติศาสตร์อยู่หลายแห่ง ซึ่งมีสถานที่ที่น่าสนใจดังนี้
    2. เขาหินเหล็กไฟ มีหลายสถานที่ในหัวหินที่เป็นวิวมุมสูงมองเห็นทั่วทั้งเมือง เพราะบนเขานี้มีจุดชมวิวหลายจุดด้วยกัน แต่ละจุดก็จะเห็นหัวหินในมุมมองที่แตกต่างกันไป สามารถเดินทางได้ด้วยรถส่วนตัวเลี้ยวเข้าไฟแดงซอยหัวหิน 70 ตรงผ่านวงเวียน แล้วตรงยาวขึ้นเขาเลย ช่วงเวลาที่เหมาะสม สามารถมาได้ตลอดทั้งวัน แต่ช่วงเช้ามืดจะสวยที่สุด
    3. สวนสนประดิพัทธ์ มีต้นสนที่เรียงราย ในพื้นที่นี้มีทั้งห้องพักและร้านอาหารอยู่ติดทะเล ชายหาดยาวสุดลูกหูลูกตา มีทั้งความงามและความสงบเหมาะจะมาหลบพักเอนกายได้ตลอดวัน ที่ชายหาดมีเปล เสื่อ โต๊ะเก้าอี้ให้เช่า มีร้านค้าและศูนย์อาหรอยู่ใกล้ๆ
    4. วัดเขาน้อย อีกหนึ่งจุดชมวิวของเมืองหัวหิน พร้อมกับรูปปั้นพระสีวลีองค์ใหญ่ ที่นี่เป็นจุดนั่งพักผ่อนคลายชมวิวเมืองหัวหินเบื้องหน้าได้เป็นอย่างดี สามารถเดินทางได้ด้วยรถส่วนตัวเข้าซอยหัวหิน 58 ข้ามทางรถไฟ ผ่านสี่แยกแล้วตรงไปประมาณ 500 เมตรขวามือ สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งวัน
    5. สะพานปลาหัวหินหนึ่งในสถานที่สำคัญที่อยู่คู่หัวหินมาแต่อดีต ปัจจุบันได้มีการสร้างสะพานปลาอันใหม่อยู่ติดกับของเดิม และกำลังปรับปรุงเพื่อให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว วิวที่สะพานปลาสวยงามและน่าหลงใหลมากที่สุด โดยเฉพาะยามเย็น
    6. วัดเขาตะเกียบ มีวิวทะเลมุมสูง พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ฝูงลิง และอื่นๆอีกมากมาย ที่นี่มีความสวยงามในหลายมุมมอง อยากให้ลองมาดู ในชั้นบนสุดต้องผ่านบันได 128 ขั้น เหนื่อยนิดหน่อยแค่คุ้มค่ากับวิวที่ได้สัมผัสอย่างแน่นอน
    7. วัดเขาไกรลาศ จะได้พบกับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ วิวมุมสูงของเขาตะเกียบ และพื้นที่ป่าชายเลนไกรลาศนิเวศที่ทำไว้อย่างสวยงาม ต้องมาชมด้วยตัวเองซักครั้งหนึ่ง สามารถเดินทางด้วยรถส่วนตัวไปในเขาตะเกียบ ตรงไปจนสุดจะเจอทางแยกตรงป้อมตำรวจ กลับรถแล้วเลี้ยวเข้าวัดได้เลย ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะเป็นเช้าหรือเย็น ช่วงที่แดดไม่แรงจะดีที่สุด
   
Updated: 10 ก.พ. 2562 เวลา 09:18 น.
รักษากระทำยังไงแล้วควรหลีกเลี่ยงอะไรที่ทำให้ไม่เกิดฝ้า

รักษากระทำยังไงแล้วควรหลีกเลี่ยงอะไรที่ทำให้ไม่เกิดฝ้า


หน้าเป็นกระเป็นฝ้าคงจะไม่ใช่สิ่งที่สาวๆคนไหนอยากที่จะเป็น ไม่อยากเข้าใกล้และไม่อยากที่จะถวิลหาสักเท่าไหร่           
กระ ฝ้า รอยด่างดำ ที่มักจะเกิดขึ้นบนใบหน้า ลำคอ แขน และตามลำตัวต่าง ๆ นั้นมันสังเกตไม่ยาก ลักษณะที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาล ทั้งนี้จะพบมากในกลุ่มคนที่มีผิวขาว มากกว่าคนที่มีสีผิวแบบเข้มๆ ซึ่งกระนั้นเกิดได้เพราะ 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ กรรมพันธุ์ และแสงแดด เป็นหลัก ซึ่งคนที่เป็นกระจากกรรมพันธุ์นั้นจะเกิดฝ้าและกระเร็วกว่าปกติ และยิ่งไปโดนแสงแดดก็จะยิ่งเกิดการกระตุ้น ทำให้เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติและมีกระเพิ่มขึ้น ผิวคล้ำขึ้น ฝ้ามีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้คนที่ไม่ได้เป็นกระจากกรรมพันธุ์ก็สามารถมีปัญหากระเช่นเดียวกัน
สำหรับกระนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 4 ชนิด ได้แก่ กระแดด เป็นกระที่พบได้บ่อยที่สุด  เกิดขึ้นได้จากการที่ผิวโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ กระตื้น จะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ  กระลึก จะเป็นจุดสีน้ำตาลอมเทา คล้าย ๆ ฝ้า มักจะเกิดขึ้นในชั้นใต้ผิวหนัง กระเนื้อ จะเป็นตุ่มนูน ๆ มีทั้งผิวขรุขระและผิวเรียบ  เมื่อทำความรู้จักกับสาเหตุแล้วมารู้จักวิธีการการป้องกันและรักษาฝ้ากันเถอะ
1. หลีกเลี่ยงจากร้อนจากแสงแดด พยายามในการที่จะใช้สิ่งป้องกันแสงแดด เช่น เสื้อ หมวก ผ้าคลุมหัว และการใช้ครีมกันแดดที่เอฟพีเอฟที่มีความเหมาะสมหากจะต้องออกแดดแรงควรใช้เอฟพีเอฟ 30 ขึ้นไป
2. พยายามในการหลีกเลี่ยงการทานที่ไปกระตุ้นการเกิดฝ้า เช่น ยาคุมกำเนิด โดยการหาการคุมกำเนิดวิธีการอื่นๆ อาจจะปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรที่มีความรู้ในด้านการคุมกำเนินโดยวิธีการ
3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม อย่าง hira blue และพยายามที่จะหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์
4. การปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาฝ้าและกระตามมา คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ ผ่องใส ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เรื่องของอาหารการกินก็สำคัญ เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีประโยชน์ เช่น รับประทานอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ไม่เครียด โดยการหากิจกรรมที่ดี เช่น การดูหนังและฟังเพลงเพื่อการผ่อนคลาย เพื่อให้เกิดสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
4. เลือกเครื่องสำอางให้เหมาะสมด้วยพยายามในการทำการทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้ โดยเฉพาะเครื่องสำหรับการรักษาฝ้า ไม่ควร ใช้ยาหรือเครื่องสำอางด้วยตนเอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
Updated: 7 ก.พ. 2562 เวลา 09:45 น.
ดูแลรักษากระเป๋าอย่างไรให้ไปถึงรุ่นหลาน

ดูแลรักษากระเป๋าอย่างไรให้ไปถึงรุ่นหลาน


สาวๆหลายๆคนที่รักและชื่นชอนและโปรดปรานในการที่จะหาซื้อ กระเป๋าแบรนด์ราคาถูก แต่คุณภาพดีมาใช้หรือว่ากระเป๋าแบรนด์เนมที่ราคาแพงมาใช้นั้นต่างก็ต้องมีความรักและชื่นชอบไม่งั้นคงจะไม่ยอมเสียเงินเสียทองจำนวนมากมายในการที่จะหาซื้อมาใช้แน่นอน เพราะว่าขึ้นชื่อว่ามันคือ กระเป๋าแบรนด์เนมทั้งหลายเนี่ย ราคาไม่ใช่ถูกๆ แน่นอน การที่เราจะใช้งานได้ยาวนานให้สมกับราคาค่างวดที่เราเสียไปมันจึงเป็นสิ่งที่ดีมากที่สุดแล้ว แต่การดูแลรักษาให้ดีมากที่สุดไม่ได้สามารถที่จะทำได้ทุกคน บางคนรู้จักวิธีการในการที่จะทำการดูแลรักษาให้ดีๆ แล้วละก็สามารถเป็นมรดกตกทอดถึงทายาทรุ่นลูก รุ่นหลานกันได้เลยทีเดียว เรียกได้เลยว่ากระเป๋าบางรุ่นนั้นยิ่งเก่ายิ่งแพงยิ่งหายากนะจ๊ะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเก็บรักษากระเป๋าให้ยังคงจะใช้งานได้เหมือนใหม่เสมอไม่ว่าจะผ่านระยะเวลาไปนานสักแค่ไหน
1. ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้าสำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ ซึ่งโดยมากนั้นกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงแต่ละใบนั้นจะแถมถุงผ้ากันมาให้ทั้งนั้น ซึ่งถุงผ้าที่แถมมานั้นไม่ได้แถมมาเพื่อความสวยงามแต่แถมมาเพื่อใช้ในการเก็บกระเป๋าก่อนลงตู้อีกที ซึ่งคุณสมบัติของถุงผ้านั้นคือ ลมสามารถผ่านได้ดี อีกทั้งยังสามารถที่จะกันฝุ่นได้ดี
2. ห้ามเก็บกระเป๋าแบรนด์เนมไว้ในถุงพลาสติกอย่างเด็ดขาด เพราะว่าถุงพลาสติกนั้นจะมีคุณสมบัติในการเก็บความร้อนทำให้กระเป๋านั้นหนังถูกทำลายและยังกรอบอีก
3. นำกระเป๋ามารับออกซิเจนกัน โดยการวางในที่ร่มที่อากาศถ่ายเทนี้แหละ ไม่ต้องนำไปตากแดดนะไม่งั้นสีซีดและกรอบแน่นอน
4. ทำความสะอาดกระเปาหนังของคุณด้วยการเช็ดทำความสะอาดเหมือนกับการเคลือบของรถยนต์ เพื่อยืดอายุการใช้งานของกระเป๋าให้ใช้งานได้อย่างยาวนานและสามารถที่จะทำให้กระเป๋าแวววาวอีกด้วย ยิ่งถ้าเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งานกระบวนการในการเช็ดทำความสะอาดนั้นจำเป็นอย่างมาก ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนังป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนังเรามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
5. ก่อนเก็บรักษากระเป๋าแบรนด์เนมเอาไว้จะต้องรักษารูปทรงของกระเป๋า ด้วยการหาผ้าหรือว่ากระดาษยัดให้เต็มก่อนเก็บจะทำให้กระเป๋าอยู่ทรงเดิมตลอดการใช้งานและการเก็บด้วย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรงแน่นอน
Updated: 15 ม.ค. 2562 เวลา 11:22 น.
การเลี้ยงปลาในนาข้าวมีประโยชน์อย่างไร

การเลี้ยงปลาในนาข้าวมีประโยชน์อย่างไร


การเลี้ยงปลา เป็นส่วนหนึ่งของเกษตรกรรมที่มีความสำคัญไม่แพ้กับเกษตรกรรมประเภทอื่น เรามีการรับประทานปลากันมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังคงได้รับความนิยม เนื่องจากปลาเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และยังเป็นสัตว์เกษตรกรรมที่ทำรายได้ให้กับสังคมไทย
การเลี้ยงปลาสามารถเลี้ยงได้ในหลายลักษณะ เราคงเคยได้ยินการเลี้ยงปลาใน กระชังปลา หรือในบ่อดินมาบ้าง และการเลี้ยงปลาอีกลักษณะหนึ่งก็คือ การเลี้ยงปลาในนาข้าว
การเลี้ยงปลาในนาข้าวอาจดำเนินได้ 2 ระยะด้วยกัน คือ
ระยะแรก เลี้ยงปลาควบคู่ไปกับการทำนา
การปล่อยปลาลงเลี้ยงต้องให้ต้นข้าวตั้งเป็นตัวก่อน 1.2 สัปดาห์ ไม่เช่นนั้นปลาจะว่ายหาอาหาร ทำให้ต้นข้าวหลุดลอยเสียหาย
ระยะที่ 2 เลี้ยงปลาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าว
ในระยะข้าวสุกพร้อมที่จะเก็บ เกี่ยวต้องลดระดับน้ำลง ปลาจะลงหลบอาศัยในส่วนลึก หลังจากเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมแปลงนาสำหรับเลี้ยงปลาต่อ โดยเก็บตอซังข้าวในผืนนามากองไว้เป็นที่สำหรับเป็นปุ๋ย และระบายน้ำเข้าเพื่อเลี้ยงปลาต่อไป
การเลี้ยงปลาในนา เป็นการผลิตอาหารแป้งและอาหารโปรตีนในที่เดียวกัน ทำให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจ ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น และมีอาหารโปรตีนบริโภคอีกด้วย ประโยชน์จากการเลี้ยงปลาในนาข้าวพอสรุปได้ คือ
1. เพิ่มผลผลิตข้าว
2. ทำให้ดินดี มีปุ๋ย ไถง่าย
3. ปลาช่วยกำจัดวัชพืชและแมลง
4. ช่วยให้อินทรีย์สารต่างๆ สลายตัว
5. ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น
ในปัจจุบันการเลี้ยงปลาในนามีอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยากำจัดแมลงศัตรูพืช และถูกศัตรูรบกวน หรือไม่ก็ถูกลักขโมย ประเทศไทยเราแม้จะมีที่ทำนาที่อยู่ในระบบชลประทานที่ดีถึง 31,000 ตารางกิโลเมตร แต่การเลี้ยงปลาในนาข้าวก็ยังไม่ค่อยมีผู้นิยมเท่าที่ควร เพราะชาวนาพบปัญหาดังกล่าวข้างต้น
อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงปลาในนาข้าวก็มีประโยชน์หลายประการ หากสามารถจัดการกับความเสี่ยง และควบคุมปัจจัยที่ส่งผลกระทบได้ การเลี้ยงปลาในนาข้าวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของชาวนา
Updated: 3 ธ.ค. 2561 เวลา 20:04 น.
พุง มีกี่ประเภท อะไรบ้าง และจะลดพุงได้อย่างไร

พุง มีกี่ประเภท อะไรบ้าง และจะลดพุงได้อย่างไร


เมื่อก้มมองดูตัวเอง หรือส่องกระจกทีไร สิ่งที่สร้างความหลักใจให้กับคุณได้เสมอๆ คือพุงกลมๆ ของคุณ ถ้าคุณเป็นคนนั้น วันนี้เราจะมาลดพุงด้วยกันค่ะ
โดยหลักๆ แล้ว พุงจะมีอยู่ 4 ประเภท ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันออกไป และมีสาเหตุ รวมถึงวิธีการลดพุงในแต่ละประเภทดังนี้
พุงเป็นชั้น เกิดจากการชอบทานของหวาน และขาดการออกกำลังกาย ส่วนใหญ่เกิดกับผู้ที่ทำงานแบบนั่งโต๊ะ และชอบทานพวกข้าว แป้ง และขนมหวาน สามารถลดได้โดย
- ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัว เพิ่มไขมันหน้าท้อง
- หลีกเลี่ยงอาการประเภทที่มีไขมันสูง และอาหารจำพวกแป้ง
- เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ ที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อปลา เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารทอด หรือผัด ที่ต้องใช้น้ำมันเยอะๆ และออกกำลังกายให้มากขึ้น
พุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง มักเกิดกับผู้ที่มีธุรกิจรัดตัว ทำงานตลอดเวลา หรือเสพติดการออกกำลังกายท่าซ้ำๆ สามารถลดได้โดย ทานกากใยมากๆ ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้นได้ และสามารถลดอาการบวมอืดของหน้าท้อง และลองเปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายแบบเซต สลับกันไปในแต่ละท่า ให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลังกายหมด
พุงคุณแม่ เกิดในหญิงสาวที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตรมา หรือมดลูกหย่อน ช่วงนี้อาจประสบกับการ ผมร่วงหลังคลอด ได้ด้วย สามารถลดได้โดย
- เสริมอาหาร ประเภทน้ำมันตับปลา เพื่อเพิ่มฮอร์โมนเผาพลาญไขมัน และลดการทำงานของฮอร์โมนที่เก็บสะสมไขมัน โดยการรับประทานน้ำมันตับปลาชนิดแคปซูล 1,000 มิลลิกรัม จำนวน 3 เม็ดทุกวัน ระหว่างรับประทานอาหาร
- พยายามรับประทานไขมันที่มีประโยชน์ เช่น ไขมันจากถั่ว น้ำมันมะกอก เป็นประจำทุกวัน
- นอนกลางวัน และยืดเส้นยืดสายซักเล็กน้อย ก่อนเข้านอน เพราะมันจะช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันให้มากขึ้น
พุงป่อง เกิดจากแก๊สจากอาหารไม่ย่อย หรือท้องอืด สามารถลดได้โดย
- อาหารส่วนใหญ่ ที่ทำให้เกิดอาหารเช่นนี้ คือ พาสต้า ขนมปัง ฟิซซ่า เค้ก แอลกอฮอล์ หรือ นม เนย ชีส หรือแม้แต่โปรตีนจากข้าว อย่างกลูเตน ก็ทำให้หน้าท้องบวมขึ้นมา จนเป็นปัญหาหน้าท้องใหญ่
- รับประทานอาหารมื้อเช้า และหลีกเลี่ยงการทานอาหารในเวลากลางคืน เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
- ลองรับประทานอาหารจำพวก กระเทียม หัวหอม กะหล่ำปลี ให้มากขึ้น
- หลังการรับประทานอาหาร ลองเดินเล่นเพื่อย่อยอาหารสักครู่ เพื่อช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดีขึ้น
พุงของคุณเป็นแบบไหนคะ ลองก้มมองดูพุงน้อยๆ ของคุณดูนะคะ แล้วเรามาลดพุงอย่างถูกวิธีไปพร้อมๆ กันเถอะค่ะ
Updated: 11 พ.ย. 2561 เวลา 21:22 น.
วัตถุดิบที่ใกล้ตัวและทำให้สุขภาพผิวดีได้อีกด้วย

วัตถุดิบที่ใกล้ตัวและทำให้สุขภาพผิวดีได้อีกด้วย


การที่จะทำให้ใบหน้าสวยและสุขภาพดีนั้นไม่ได้มีความจำเป็นว่าจะต้องใช้แต่ของแพงๆอย่าง ครีมรกแกะ หรือว่าครีมหรน้าใสที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่เพียงอย่างเดียว วิธีการที่จะทำให้ใบหน้าใสนั้นมันมีตั้งหลากหลายวิธีการที่จะทำให้ใบหน้าขาวแบบธรรมชาติได้ เช่น พืชผักใกล้ตัวหรือว่าสมุนไพรไทยบางตัวก็ช่วยผิวหน้าได้ และหมั่นได้ด้วยว่าผลอดภัยไร้สารพิษ แม้นว่าครีมต่างๆจะมีมากมายก้จริงแต่จะมั่นใจได้ยังไงว่าไม่มีสารเคมีอันตราย หรือว่าราคาแพงมากกจนเกินไป จนทำให้หมดเงินหมดทองไปกับการซื้อ  วันนี้ไม่ต้องไปหาของอื่นไหนใกล้ของมาใช้ของที่มีอยู่ใกล้ตัวในการบำรุงผิวหน้ากันดีกว่า

1. มะเขือเทศ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย แค่เพียงนำมาหั่นเป็นแว่นหนาประมาณครึ่งนิ้วแล้วนำมาโป๊ะหรือว่าทำการสครับใบหน้าก่อนอาบน้ำตื่นมาตอนเช้าผิวจะดูเปล่งปลั่ง เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอน
2. ส้ม เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าส้ม อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยในการบำรุงสุขภาพผิวในองค์รวมอยู่แล้ว สามารถที่จะช่วยฟื้นฟูส่วนที่หมองคล้ำ แค่นำส้มมาแกะแล้วปั่นละเอียด แต่อย่าลืมแกะเม็ดนะแล้วจึงนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ก่อนนอน ประมาณ 10-15 นาที ส้มมีกรดซิตริกสูง ดังนั้นไม่สมควรที่จำพอกนานเกินไป จะทำให้ใบหน้านุ่มและใสมากยิ่งขึ้น
3. มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินเอและเอนไซม์ปาเปน สามารถที่จะล็อคผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอได้ เพียงแค่นำมะละกอสุกมาบดละเอียดก่อนพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที ช่วยให้ผิวดูช่ำและเด้งขึ้น
4. แตงกวา มีคุณสมบัติคือ เย็น อ่อนโยนไม่ทำลายผิวแน่นอน แถมยังใช้ได้ทุกสภาพผิวอีกต่างหาก จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่แตงกวานิยมไปเป็นส่วนประกอบของครีมหรือว่าผลิตภัณฑ์ล้างหน้า แค่เพียงนำ มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนปั่นละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาทีจะช่วยลดรอยสิว และผิวแห้งจะนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น
5. กล้วย นอกจากจะมีประโยชน์มากต่อร่างกายหากนำมารับประทานแล้ว เมื่อนำมาบดแล้วนำมาพอกหน้าแล้วละก็จะทำให้ใบหน้าดีขึ้นและผิวเนียนนุ่มขึ้นได้อีกด้วยเพราะว่ากล้วยมีสารฟีนอลิกและวิตามินอีที่มีคุณสมบัติในการที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้การผลัดเซลล์ผิวใบผิวจึงมีสุขภาพดี


Updated: 26 ต.ค. 2561 เวลา 21:38 น.
ข้อแนะนำในการจัดกระเป๋าไปต่างประเทศ

ข้อแนะนำในการจัดกระเป๋าไปต่างประเทศ


อย่างที่ทราบนั้นแหละว่าการเดินทางไปต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องของคนที่ยากจนแน่นอน เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ค่อนข้างจะใช้เงินทองในการเดินทางค่อนข้างที่จะมากกว่าปกติ ดังนั้นกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศสำหรับคนไทย คือ ผู้ที่ร่ำรวยเท่านั้นหรือไม่งั้นคือ บริษัทพาไป โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่านั้นจึงจะเดินทางกันไปได้ ดังนั้นเรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศจึงไม่ใช่เรื่อง่ายเลย แม้นว่าการต่างประเทศจะได้รับความนิยมขึ้นมากในยุคปัจจุบัน แต่ว่าการจัดกระเป๋าสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศยังคงเป็นเรื่องยุ่งยาก และทำกันไม่ค่อยเรียบร้อย จะต้องไปประสบพบเจอปัญหาที่สนามบินกันเป็นประจำ

อีกปัญหาหนึ่งที่คนไทยนิยมทำผิดในการเดินทางคือ  การพกพาสิ่งของต้องห้ามขึ้นเครื่อง โดยไม่ได้ทำการศึกษาในเรื่องของข้อกำหนดการห้ามพกพา วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการในการที่จะจัดกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างดี เพียงพอในการใช้และไม่ติดปัญหาน้ำหนักเกิน และเกิดปัญหาในหารเดินทางแท้จริง ดังนั้นลองมาดูเทคนิคในการดูแล

1. ก่อนจัดกระเป๋าควรที่จะจำแนกหมวดหมู่สิ่งของเสียก่อน
2. จัดกระเป๋าโดยไม่นำสิ่งของที่ต้องห้ามใส่ไป อันได้แก่  สารเสพติดประเภทต่างๆ วัตถุลามกอนาจาร ปลัดขิก สิ่งของละเมิดลิขสิทธิ์ ธนบัตรปลอม สัตว์ป่าสงวน เป็นต้น
3. จัดตรียมสิ่งของที่คาดว่าต้องใช้อย่างแน่นอน เช่น  เสื้อกันหนาวแบบหนาๆ  ข้างของเครื่องใช้ เช่น  แชมพู ครีมอาบน้ำ น้ำหอม โดยจะต้องดูข้อกำหนดด้วยว่าพกได้ไม่เกินขนาดเท่าไหร่
4. การนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะต้องระวังให้มาก เราะว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะสูญหายหรือพังในขณะเดินทางได้
4. เตรียมเครื่องเขียน เช่น  ปากกา น้ำยาลบคำผิด ดินสอ ไปด้วย  เพราะว่าอาจจะต้องใช้ในการ
5. พยายามในการที่จะเลือกใช้กระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นแบบ กระเป๋าเดินทางราคาถูก หรือว่าราคาแพงให้มีที่มีขนาดและน้ำหนัก อยู่ในเกณฑ์ของสายการบินกำหนด
6. การวิธีพับเสื้อใส่กระเป๋าเดินทาง พยายามใช้วิธีการม้วนเพราะว่าประหยัดเนื้อที่มากที่สุด ไม่ยับด้วย นำเสื้อผ้าไปให้เหมาะสมกับจำนวนวันเดินทาง


Updated: 23 ต.ค. 2561 เวลา 10:48 น.
การพิจารณาเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้

การพิจารณาเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้


เมื่อเรานึกถึงเฟอร์นิเจอร์ เราคงนึกถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเรานิยมใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้กันอย่างแพร่หลายในทุกส่วนของบ้านเฟอร์นิเจอร์ไม้นั้น ใน โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ สามารถผลิตออกมาได้อย่างหลากหลายแบบมากที่สุด และมีราคาที่สามารถเอื้อมถึง แต่ว่าดูมีความสวยงาม

ความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์ไม้อยู่ที่กลิ่นอายความหอมของเนื้อไม้ที่จะแทรกตัวออกมาให้บ้านรู้สึกได้ถึงความสงบและอบอุ่นเป็นพิเศษ รวมไปถึงลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์จากธรรมชาติที่สร้างขึ้นจากเนื้อไม้โดยตรง ทำให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้กลายเป็นคุณค่าที่มีราคาแพงและเริ่มหาได้ยากขึ้น ในปัจจุบันเราจึงเริ่มมีวัสดุที่ผลิตขึ้นมาใช้ทดแทนไม้ เป็นทั้งพลาสติกจำลองที่ทำให้เหมือนไม้จริง รวมไปถึงการนำเอาไม้และวัสดุที่ผลิตขึ้นมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อลดจำนวนการใช้ทรัพยากรไม้

ส่วนใครที่จะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงอาจจะต้องพบทั้งข้อดีและข้อเสียที่น่าปวดหัว เพราะไม้มีความเสี่ยงที่จะเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ ลองมาดูเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้เราได้เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่คุ้มกับราคาไปใช้กันค่ะ
ดูชนิดของไม้ที่นำมาใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์

ไม้แต่ละชนิดมีความคงทนแตกต่างกันออกไป ที่พอจะรู้จักถึงความถึกและแข็งแรงก็คงจะหนีไม่พ้นไม้สัก ไม้ที่มีราคาแพงและมากคุณค่า แต่มันก็เป็นไม้ที่หาได้ยาก หากใครได้ไปครอบครอง เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นย่อมอยู่ยงคงกระพันนานหลายชั่วลูกชั่วหลาน ส่วนชนิดของไม้อื่นๆ ที่นำมาใช้ในการผลิต มีตั้งแต่ ไม้มะค่า ไม้ประดู่แดง ซึ่งมีความคงทน ส่วนไม้ที่มีคุณภาพต่ำลงมาอีกจะเป็นไม้แดง ไม้เต็ง และไม้เนื้อแข็ง เหล่านี้อาจจำเป็นต้องมีการนำไปชุบน้ำยาเคลือบต่างๆ เพื่อป้องกันแมลงและการผุกร่อนตามธรรมชาติ

ความแตกต่างระหว่างเนื้อไม้ใหม่กับเนื้อไม้เก่า
คนที่ยังไม่มีความรู้เรื่องไม้อาจจะคิดว่าไม้เนื้อใหม่มีคุณภาพมากกว่า แต่ในความจริงแล้วการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีควรเลือกจากไม้เนื้อเก่า เพราะความคงทนและการคงตัวจะคงที่มากกว่า ดังนั้นสังเกตได้ว่าไม้เนื้อเก่าจะมีราคาแพงและหาได้ยาก มีความเสี่ยงต่อการโค้งงอต่ำ หมดปัญหาเรื่องความชื้นในเนื้อไม้ ทำให้มันมีความแข็งแรง ความแตกต่างสำหรับการเลือกคือไม้เก่าจะมีสีที่ซีดกว่า ส่วนไม้ใหม่จะมีสีค่อนไปในทางสดเหมือนไม้ที่เพิ่งตัดมาใหม่ๆ ยิ่งไม้เก่าเท่าไหร่ ราคาของมันก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย
หากคุณชอบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ก็อย่าลืมพิจารณาถึงชนิดของไม้ที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ และความแตกต่างระหว่างเนื้อไม้ก่อนตัดสินใจเลือกด้วยนะคะ


Updated: 2 ต.ค. 2561 เวลา 23:05 น.
10 ประการในการดูแลกระจกเทมเปอร์อย่างถูกต้อง

10 ประการในการดูแลกระจกเทมเปอร์อย่างถูกต้อง


กระจกนิรภัยเทมเปอร์ นอกจากจะต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสม และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการนำมาใช้งานแล้ว ก็ยังจะต้องดูแลอย่างถูกต้องด้วย
การทำความสะอาด และการดูแลรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยถนอมการใช้งานกระจกให้สวยงาม และใช้งานไปได้อีกยาวนาน
ข้อปฏิบัติในการดูแลรักษากระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass)

การดูแล และการปฏิบัติใช้งาน กระจกเทมเปอร์ อย่างถูกต้องมีความสำคัญต่อทั้งความปลอดภัย และความสะอาด สวยงาม ของกระจก ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

1. ห้ามนำของมีคม เช่น ตะปู เหล็กแหลม ไขควง หรือสิ่งต่างๆ มาใช้ในการขูดสิ่งสกปรกเช่น คราบกาว หรือทำความสะอาดบริเวณกระจก
2. ห้ามใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดกระจกรูปตัวที ที่มีวัสดุเป็นเหล็ก หรือสแตนเลส (อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดกระจกรถยนต์ ตามปั๊มน้ำมัน)
3. ห้ามใช้ผ้าขี้ริ้ว กระสอบเก่า ผ้าที่มีเนื้อที่หยาบ เช็ดถูทำความสะอาดกระจก เพราะผ้าเหล่านี้อาจมีเศษหิน ทราย ปะปนอยู่ ซึ่งจะทำให้กระจกอาจเป็นรอยขีดข่วนได้
4. ห้ามใช้น้ำยาใดๆ ก็ตาม ที่มีคุณสมบัติเป็นกรด เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำฉีดลงบนกระจก และอุปกรณ์ที่เป็นบานพับสแตนเลส หรือมือจับโดยเด็ดขาด น้ำยาต่างๆ เหล่านี้ จะทำให้อุปกรณ์สแตนเลสเป็นรอยด่าง หรือรอยไหม้ได้
5. ห้ามใช้ผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจานในการทำความสะอาดกระจก
6. ห้ามซ่อมแซม กระจก หรือ อุปกรณ์ ด้วยตัวเองโดยเด็ดขาดควรปรึกษาช่างติดตั้งกระจกก่อนทำการใดๆ
7. การทำความสะอาดกระจก วัสดุที่นำมาใช้ในการทำความสะอาด ควรเป็นผ้าสะอาด, ผ้าดูปองท์ (ผ้าทำความสะอาดรถยนต์), กระดาษหนังสือพิมพ์  เป็นต้น
8. อุปกรณ์ทำความสะอาดกระจกควรทำมาจากพลาสติก
9. น้ำยาที่ใช้ทำความสะอาด ควรเป็นน้ำยาเช็ดกระจกเท่านั้น
10. ครีมขัด ควรเป็นครีมขัดกระจกเท่านั้น

เมื่อเลือกใช้กระจกเทมเปอร์มาใช้งานแล้ว ก็อย่าลืมที่จะดูแลรักษา ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง และสม่ำเสมอเป็นประจำด้วยเช่นกัน


Updated: 31 ส.ค. 2561 เวลา 12:04 น.
หน้าที่: 1   |   2   |   3   |   4   |   5      »      [10]

 

Copyright @ 2013 : http://shawngriffiths.com