บทความทั้งหมด » ธุรกิจ

ดูแลรักษากระเป๋าอย่างไรให้ไปถึงรุ่นหลาน

ดูแลรักษากระเป๋าอย่างไรให้ไปถึงรุ่นหลาน


สาวๆหลายๆคนที่รักและชื่นชอนและโปรดปรานในการที่จะหาซื้อ กระเป๋าแบรนด์ราคาถูก แต่คุณภาพดีมาใช้หรือว่ากระเป๋าแบรนด์เนมที่ราคาแพงมาใช้นั้นต่างก็ต้องมีความรักและชื่นชอบไม่งั้นคงจะไม่ยอมเสียเงินเสียทองจำนวนมากมายในการที่จะหาซื้อมาใช้แน่นอน เพราะว่าขึ้นชื่อว่ามันคือ กระเป๋าแบรนด์เนมทั้งหลายเนี่ย ราคาไม่ใช่ถูกๆ แน่นอน การที่เราจะใช้งานได้ยาวนานให้สมกับราคาค่างวดที่เราเสียไปมันจึงเป็นสิ่งที่ดีมากที่สุดแล้ว แต่การดูแลรักษาให้ดีมากที่สุดไม่ได้สามารถที่จะทำได้ทุกคน บางคนรู้จักวิธีการในการที่จะทำการดูแลรักษาให้ดีๆ แล้วละก็สามารถเป็นมรดกตกทอดถึงทายาทรุ่นลูก รุ่นหลานกันได้เลยทีเดียว เรียกได้เลยว่ากระเป๋าบางรุ่นนั้นยิ่งเก่ายิ่งแพงยิ่งหายากนะจ๊ะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเก็บรักษากระเป๋าให้ยังคงจะใช้งานได้เหมือนใหม่เสมอไม่ว่าจะผ่านระยะเวลาไปนานสักแค่ไหน
1. ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้าสำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ ซึ่งโดยมากนั้นกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงแต่ละใบนั้นจะแถมถุงผ้ากันมาให้ทั้งนั้น ซึ่งถุงผ้าที่แถมมานั้นไม่ได้แถมมาเพื่อความสวยงามแต่แถมมาเพื่อใช้ในการเก็บกระเป๋าก่อนลงตู้อีกที ซึ่งคุณสมบัติของถุงผ้านั้นคือ ลมสามารถผ่านได้ดี อีกทั้งยังสามารถที่จะกันฝุ่นได้ดี
2. ห้ามเก็บกระเป๋าแบรนด์เนมไว้ในถุงพลาสติกอย่างเด็ดขาด เพราะว่าถุงพลาสติกนั้นจะมีคุณสมบัติในการเก็บความร้อนทำให้กระเป๋านั้นหนังถูกทำลายและยังกรอบอีก
3. นำกระเป๋ามารับออกซิเจนกัน โดยการวางในที่ร่มที่อากาศถ่ายเทนี้แหละ ไม่ต้องนำไปตากแดดนะไม่งั้นสีซีดและกรอบแน่นอน
4. ทำความสะอาดกระเปาหนังของคุณด้วยการเช็ดทำความสะอาดเหมือนกับการเคลือบของรถยนต์ เพื่อยืดอายุการใช้งานของกระเป๋าให้ใช้งานได้อย่างยาวนานและสามารถที่จะทำให้กระเป๋าแวววาวอีกด้วย ยิ่งถ้าเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งานกระบวนการในการเช็ดทำความสะอาดนั้นจำเป็นอย่างมาก ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนังป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนังเรามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
5. ก่อนเก็บรักษากระเป๋าแบรนด์เนมเอาไว้จะต้องรักษารูปทรงของกระเป๋า ด้วยการหาผ้าหรือว่ากระดาษยัดให้เต็มก่อนเก็บจะทำให้กระเป๋าอยู่ทรงเดิมตลอดการใช้งานและการเก็บด้วย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรงแน่นอน
Updated: 15 ม.ค. 2562 เวลา 11:22 น.
การเลี้ยงปลาในนาข้าวมีประโยชน์อย่างไร

การเลี้ยงปลาในนาข้าวมีประโยชน์อย่างไร


การเลี้ยงปลา เป็นส่วนหนึ่งของเกษตรกรรมที่มีความสำคัญไม่แพ้กับเกษตรกรรมประเภทอื่น เรามีการรับประทานปลากันมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังคงได้รับความนิยม เนื่องจากปลาเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และยังเป็นสัตว์เกษตรกรรมที่ทำรายได้ให้กับสังคมไทย
การเลี้ยงปลาสามารถเลี้ยงได้ในหลายลักษณะ เราคงเคยได้ยินการเลี้ยงปลาใน กระชังปลา หรือในบ่อดินมาบ้าง และการเลี้ยงปลาอีกลักษณะหนึ่งก็คือ การเลี้ยงปลาในนาข้าว
การเลี้ยงปลาในนาข้าวอาจดำเนินได้ 2 ระยะด้วยกัน คือ
ระยะแรก เลี้ยงปลาควบคู่ไปกับการทำนา
การปล่อยปลาลงเลี้ยงต้องให้ต้นข้าวตั้งเป็นตัวก่อน 1.2 สัปดาห์ ไม่เช่นนั้นปลาจะว่ายหาอาหาร ทำให้ต้นข้าวหลุดลอยเสียหาย
ระยะที่ 2 เลี้ยงปลาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าว
ในระยะข้าวสุกพร้อมที่จะเก็บ เกี่ยวต้องลดระดับน้ำลง ปลาจะลงหลบอาศัยในส่วนลึก หลังจากเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมแปลงนาสำหรับเลี้ยงปลาต่อ โดยเก็บตอซังข้าวในผืนนามากองไว้เป็นที่สำหรับเป็นปุ๋ย และระบายน้ำเข้าเพื่อเลี้ยงปลาต่อไป
การเลี้ยงปลาในนา เป็นการผลิตอาหารแป้งและอาหารโปรตีนในที่เดียวกัน ทำให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจ ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น และมีอาหารโปรตีนบริโภคอีกด้วย ประโยชน์จากการเลี้ยงปลาในนาข้าวพอสรุปได้ คือ
1. เพิ่มผลผลิตข้าว
2. ทำให้ดินดี มีปุ๋ย ไถง่าย
3. ปลาช่วยกำจัดวัชพืชและแมลง
4. ช่วยให้อินทรีย์สารต่างๆ สลายตัว
5. ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น
ในปัจจุบันการเลี้ยงปลาในนามีอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยากำจัดแมลงศัตรูพืช และถูกศัตรูรบกวน หรือไม่ก็ถูกลักขโมย ประเทศไทยเราแม้จะมีที่ทำนาที่อยู่ในระบบชลประทานที่ดีถึง 31,000 ตารางกิโลเมตร แต่การเลี้ยงปลาในนาข้าวก็ยังไม่ค่อยมีผู้นิยมเท่าที่ควร เพราะชาวนาพบปัญหาดังกล่าวข้างต้น
อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงปลาในนาข้าวก็มีประโยชน์หลายประการ หากสามารถจัดการกับความเสี่ยง และควบคุมปัจจัยที่ส่งผลกระทบได้ การเลี้ยงปลาในนาข้าวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของชาวนา
Updated: 3 ธ.ค. 2561 เวลา 20:04 น.
พุง มีกี่ประเภท อะไรบ้าง และจะลดพุงได้อย่างไร

พุง มีกี่ประเภท อะไรบ้าง และจะลดพุงได้อย่างไร


เมื่อก้มมองดูตัวเอง หรือส่องกระจกทีไร สิ่งที่สร้างความหลักใจให้กับคุณได้เสมอๆ คือพุงกลมๆ ของคุณ ถ้าคุณเป็นคนนั้น วันนี้เราจะมาลดพุงด้วยกันค่ะ
โดยหลักๆ แล้ว พุงจะมีอยู่ 4 ประเภท ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันออกไป และมีสาเหตุ รวมถึงวิธีการลดพุงในแต่ละประเภทดังนี้
พุงเป็นชั้น เกิดจากการชอบทานของหวาน และขาดการออกกำลังกาย ส่วนใหญ่เกิดกับผู้ที่ทำงานแบบนั่งโต๊ะ และชอบทานพวกข้าว แป้ง และขนมหวาน สามารถลดได้โดย
- ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัว เพิ่มไขมันหน้าท้อง
- หลีกเลี่ยงอาการประเภทที่มีไขมันสูง และอาหารจำพวกแป้ง
- เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ ที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อปลา เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารทอด หรือผัด ที่ต้องใช้น้ำมันเยอะๆ และออกกำลังกายให้มากขึ้น
พุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง มักเกิดกับผู้ที่มีธุรกิจรัดตัว ทำงานตลอดเวลา หรือเสพติดการออกกำลังกายท่าซ้ำๆ สามารถลดได้โดย ทานกากใยมากๆ ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้นได้ และสามารถลดอาการบวมอืดของหน้าท้อง และลองเปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายแบบเซต สลับกันไปในแต่ละท่า ให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลังกายหมด
พุงคุณแม่ เกิดในหญิงสาวที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตรมา หรือมดลูกหย่อน ช่วงนี้อาจประสบกับการ ผมร่วงหลังคลอด ได้ด้วย สามารถลดได้โดย
- เสริมอาหาร ประเภทน้ำมันตับปลา เพื่อเพิ่มฮอร์โมนเผาพลาญไขมัน และลดการทำงานของฮอร์โมนที่เก็บสะสมไขมัน โดยการรับประทานน้ำมันตับปลาชนิดแคปซูล 1,000 มิลลิกรัม จำนวน 3 เม็ดทุกวัน ระหว่างรับประทานอาหาร
- พยายามรับประทานไขมันที่มีประโยชน์ เช่น ไขมันจากถั่ว น้ำมันมะกอก เป็นประจำทุกวัน
- นอนกลางวัน และยืดเส้นยืดสายซักเล็กน้อย ก่อนเข้านอน เพราะมันจะช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันให้มากขึ้น
พุงป่อง เกิดจากแก๊สจากอาหารไม่ย่อย หรือท้องอืด สามารถลดได้โดย
- อาหารส่วนใหญ่ ที่ทำให้เกิดอาหารเช่นนี้ คือ พาสต้า ขนมปัง ฟิซซ่า เค้ก แอลกอฮอล์ หรือ นม เนย ชีส หรือแม้แต่โปรตีนจากข้าว อย่างกลูเตน ก็ทำให้หน้าท้องบวมขึ้นมา จนเป็นปัญหาหน้าท้องใหญ่
- รับประทานอาหารมื้อเช้า และหลีกเลี่ยงการทานอาหารในเวลากลางคืน เคี้ยวอาหารให้ละเอียด
- ลองรับประทานอาหารจำพวก กระเทียม หัวหอม กะหล่ำปลี ให้มากขึ้น
- หลังการรับประทานอาหาร ลองเดินเล่นเพื่อย่อยอาหารสักครู่ เพื่อช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดีขึ้น
พุงของคุณเป็นแบบไหนคะ ลองก้มมองดูพุงน้อยๆ ของคุณดูนะคะ แล้วเรามาลดพุงอย่างถูกวิธีไปพร้อมๆ กันเถอะค่ะ
Updated: 11 พ.ย. 2561 เวลา 21:22 น.
วัตถุดิบที่ใกล้ตัวและทำให้สุขภาพผิวดีได้อีกด้วย

วัตถุดิบที่ใกล้ตัวและทำให้สุขภาพผิวดีได้อีกด้วย


การที่จะทำให้ใบหน้าสวยและสุขภาพดีนั้นไม่ได้มีความจำเป็นว่าจะต้องใช้แต่ของแพงๆอย่าง ครีมรกแกะ หรือว่าครีมหรน้าใสที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่เพียงอย่างเดียว วิธีการที่จะทำให้ใบหน้าใสนั้นมันมีตั้งหลากหลายวิธีการที่จะทำให้ใบหน้าขาวแบบธรรมชาติได้ เช่น พืชผักใกล้ตัวหรือว่าสมุนไพรไทยบางตัวก็ช่วยผิวหน้าได้ และหมั่นได้ด้วยว่าผลอดภัยไร้สารพิษ แม้นว่าครีมต่างๆจะมีมากมายก้จริงแต่จะมั่นใจได้ยังไงว่าไม่มีสารเคมีอันตราย หรือว่าราคาแพงมากกจนเกินไป จนทำให้หมดเงินหมดทองไปกับการซื้อ  วันนี้ไม่ต้องไปหาของอื่นไหนใกล้ของมาใช้ของที่มีอยู่ใกล้ตัวในการบำรุงผิวหน้ากันดีกว่า

1. มะเขือเทศ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย แค่เพียงนำมาหั่นเป็นแว่นหนาประมาณครึ่งนิ้วแล้วนำมาโป๊ะหรือว่าทำการสครับใบหน้าก่อนอาบน้ำตื่นมาตอนเช้าผิวจะดูเปล่งปลั่ง เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอน
2. ส้ม เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าส้ม อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยในการบำรุงสุขภาพผิวในองค์รวมอยู่แล้ว สามารถที่จะช่วยฟื้นฟูส่วนที่หมองคล้ำ แค่นำส้มมาแกะแล้วปั่นละเอียด แต่อย่าลืมแกะเม็ดนะแล้วจึงนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ก่อนนอน ประมาณ 10-15 นาที ส้มมีกรดซิตริกสูง ดังนั้นไม่สมควรที่จำพอกนานเกินไป จะทำให้ใบหน้านุ่มและใสมากยิ่งขึ้น
3. มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินเอและเอนไซม์ปาเปน สามารถที่จะล็อคผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอได้ เพียงแค่นำมะละกอสุกมาบดละเอียดก่อนพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที ช่วยให้ผิวดูช่ำและเด้งขึ้น
4. แตงกวา มีคุณสมบัติคือ เย็น อ่อนโยนไม่ทำลายผิวแน่นอน แถมยังใช้ได้ทุกสภาพผิวอีกต่างหาก จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่แตงกวานิยมไปเป็นส่วนประกอบของครีมหรือว่าผลิตภัณฑ์ล้างหน้า แค่เพียงนำ มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนปั่นละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาทีจะช่วยลดรอยสิว และผิวแห้งจะนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น
5. กล้วย นอกจากจะมีประโยชน์มากต่อร่างกายหากนำมารับประทานแล้ว เมื่อนำมาบดแล้วนำมาพอกหน้าแล้วละก็จะทำให้ใบหน้าดีขึ้นและผิวเนียนนุ่มขึ้นได้อีกด้วยเพราะว่ากล้วยมีสารฟีนอลิกและวิตามินอีที่มีคุณสมบัติในการที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้การผลัดเซลล์ผิวใบผิวจึงมีสุขภาพดี


Updated: 26 ต.ค. 2561 เวลา 21:38 น.
ข้อแนะนำในการจัดกระเป๋าไปต่างประเทศ

ข้อแนะนำในการจัดกระเป๋าไปต่างประเทศ


อย่างที่ทราบนั้นแหละว่าการเดินทางไปต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องของคนที่ยากจนแน่นอน เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ค่อนข้างจะใช้เงินทองในการเดินทางค่อนข้างที่จะมากกว่าปกติ ดังนั้นกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศสำหรับคนไทย คือ ผู้ที่ร่ำรวยเท่านั้นหรือไม่งั้นคือ บริษัทพาไป โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่านั้นจึงจะเดินทางกันไปได้ ดังนั้นเรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศจึงไม่ใช่เรื่อง่ายเลย แม้นว่าการต่างประเทศจะได้รับความนิยมขึ้นมากในยุคปัจจุบัน แต่ว่าการจัดกระเป๋าสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศยังคงเป็นเรื่องยุ่งยาก และทำกันไม่ค่อยเรียบร้อย จะต้องไปประสบพบเจอปัญหาที่สนามบินกันเป็นประจำ

อีกปัญหาหนึ่งที่คนไทยนิยมทำผิดในการเดินทางคือ  การพกพาสิ่งของต้องห้ามขึ้นเครื่อง โดยไม่ได้ทำการศึกษาในเรื่องของข้อกำหนดการห้ามพกพา วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการในการที่จะจัดกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างดี เพียงพอในการใช้และไม่ติดปัญหาน้ำหนักเกิน และเกิดปัญหาในหารเดินทางแท้จริง ดังนั้นลองมาดูเทคนิคในการดูแล

1. ก่อนจัดกระเป๋าควรที่จะจำแนกหมวดหมู่สิ่งของเสียก่อน
2. จัดกระเป๋าโดยไม่นำสิ่งของที่ต้องห้ามใส่ไป อันได้แก่  สารเสพติดประเภทต่างๆ วัตถุลามกอนาจาร ปลัดขิก สิ่งของละเมิดลิขสิทธิ์ ธนบัตรปลอม สัตว์ป่าสงวน เป็นต้น
3. จัดตรียมสิ่งของที่คาดว่าต้องใช้อย่างแน่นอน เช่น  เสื้อกันหนาวแบบหนาๆ  ข้างของเครื่องใช้ เช่น  แชมพู ครีมอาบน้ำ น้ำหอม โดยจะต้องดูข้อกำหนดด้วยว่าพกได้ไม่เกินขนาดเท่าไหร่
4. การนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะต้องระวังให้มาก เราะว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะสูญหายหรือพังในขณะเดินทางได้
4. เตรียมเครื่องเขียน เช่น  ปากกา น้ำยาลบคำผิด ดินสอ ไปด้วย  เพราะว่าอาจจะต้องใช้ในการ
5. พยายามในการที่จะเลือกใช้กระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นแบบ กระเป๋าเดินทางราคาถูก หรือว่าราคาแพงให้มีที่มีขนาดและน้ำหนัก อยู่ในเกณฑ์ของสายการบินกำหนด
6. การวิธีพับเสื้อใส่กระเป๋าเดินทาง พยายามใช้วิธีการม้วนเพราะว่าประหยัดเนื้อที่มากที่สุด ไม่ยับด้วย นำเสื้อผ้าไปให้เหมาะสมกับจำนวนวันเดินทาง


Updated: 23 ต.ค. 2561 เวลา 10:48 น.
การพิจารณาเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้

การพิจารณาเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้


เมื่อเรานึกถึงเฟอร์นิเจอร์ เราคงนึกถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเรานิยมใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้กันอย่างแพร่หลายในทุกส่วนของบ้านเฟอร์นิเจอร์ไม้นั้น ใน โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ สามารถผลิตออกมาได้อย่างหลากหลายแบบมากที่สุด และมีราคาที่สามารถเอื้อมถึง แต่ว่าดูมีความสวยงาม

ความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์ไม้อยู่ที่กลิ่นอายความหอมของเนื้อไม้ที่จะแทรกตัวออกมาให้บ้านรู้สึกได้ถึงความสงบและอบอุ่นเป็นพิเศษ รวมไปถึงลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์จากธรรมชาติที่สร้างขึ้นจากเนื้อไม้โดยตรง ทำให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้กลายเป็นคุณค่าที่มีราคาแพงและเริ่มหาได้ยากขึ้น ในปัจจุบันเราจึงเริ่มมีวัสดุที่ผลิตขึ้นมาใช้ทดแทนไม้ เป็นทั้งพลาสติกจำลองที่ทำให้เหมือนไม้จริง รวมไปถึงการนำเอาไม้และวัสดุที่ผลิตขึ้นมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อลดจำนวนการใช้ทรัพยากรไม้

ส่วนใครที่จะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงอาจจะต้องพบทั้งข้อดีและข้อเสียที่น่าปวดหัว เพราะไม้มีความเสี่ยงที่จะเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ ลองมาดูเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้เราได้เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่คุ้มกับราคาไปใช้กันค่ะ
ดูชนิดของไม้ที่นำมาใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์

ไม้แต่ละชนิดมีความคงทนแตกต่างกันออกไป ที่พอจะรู้จักถึงความถึกและแข็งแรงก็คงจะหนีไม่พ้นไม้สัก ไม้ที่มีราคาแพงและมากคุณค่า แต่มันก็เป็นไม้ที่หาได้ยาก หากใครได้ไปครอบครอง เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นย่อมอยู่ยงคงกระพันนานหลายชั่วลูกชั่วหลาน ส่วนชนิดของไม้อื่นๆ ที่นำมาใช้ในการผลิต มีตั้งแต่ ไม้มะค่า ไม้ประดู่แดง ซึ่งมีความคงทน ส่วนไม้ที่มีคุณภาพต่ำลงมาอีกจะเป็นไม้แดง ไม้เต็ง และไม้เนื้อแข็ง เหล่านี้อาจจำเป็นต้องมีการนำไปชุบน้ำยาเคลือบต่างๆ เพื่อป้องกันแมลงและการผุกร่อนตามธรรมชาติ

ความแตกต่างระหว่างเนื้อไม้ใหม่กับเนื้อไม้เก่า
คนที่ยังไม่มีความรู้เรื่องไม้อาจจะคิดว่าไม้เนื้อใหม่มีคุณภาพมากกว่า แต่ในความจริงแล้วการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีควรเลือกจากไม้เนื้อเก่า เพราะความคงทนและการคงตัวจะคงที่มากกว่า ดังนั้นสังเกตได้ว่าไม้เนื้อเก่าจะมีราคาแพงและหาได้ยาก มีความเสี่ยงต่อการโค้งงอต่ำ หมดปัญหาเรื่องความชื้นในเนื้อไม้ ทำให้มันมีความแข็งแรง ความแตกต่างสำหรับการเลือกคือไม้เก่าจะมีสีที่ซีดกว่า ส่วนไม้ใหม่จะมีสีค่อนไปในทางสดเหมือนไม้ที่เพิ่งตัดมาใหม่ๆ ยิ่งไม้เก่าเท่าไหร่ ราคาของมันก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย
หากคุณชอบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ก็อย่าลืมพิจารณาถึงชนิดของไม้ที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ และความแตกต่างระหว่างเนื้อไม้ก่อนตัดสินใจเลือกด้วยนะคะ


Updated: 2 ต.ค. 2561 เวลา 23:05 น.
10 ประการในการดูแลกระจกเทมเปอร์อย่างถูกต้อง

10 ประการในการดูแลกระจกเทมเปอร์อย่างถูกต้อง


กระจกนิรภัยเทมเปอร์ นอกจากจะต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสม และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการนำมาใช้งานแล้ว ก็ยังจะต้องดูแลอย่างถูกต้องด้วย
การทำความสะอาด และการดูแลรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยถนอมการใช้งานกระจกให้สวยงาม และใช้งานไปได้อีกยาวนาน
ข้อปฏิบัติในการดูแลรักษากระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass)

การดูแล และการปฏิบัติใช้งาน กระจกเทมเปอร์ อย่างถูกต้องมีความสำคัญต่อทั้งความปลอดภัย และความสะอาด สวยงาม ของกระจก ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

1. ห้ามนำของมีคม เช่น ตะปู เหล็กแหลม ไขควง หรือสิ่งต่างๆ มาใช้ในการขูดสิ่งสกปรกเช่น คราบกาว หรือทำความสะอาดบริเวณกระจก
2. ห้ามใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดกระจกรูปตัวที ที่มีวัสดุเป็นเหล็ก หรือสแตนเลส (อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดกระจกรถยนต์ ตามปั๊มน้ำมัน)
3. ห้ามใช้ผ้าขี้ริ้ว กระสอบเก่า ผ้าที่มีเนื้อที่หยาบ เช็ดถูทำความสะอาดกระจก เพราะผ้าเหล่านี้อาจมีเศษหิน ทราย ปะปนอยู่ ซึ่งจะทำให้กระจกอาจเป็นรอยขีดข่วนได้
4. ห้ามใช้น้ำยาใดๆ ก็ตาม ที่มีคุณสมบัติเป็นกรด เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำฉีดลงบนกระจก และอุปกรณ์ที่เป็นบานพับสแตนเลส หรือมือจับโดยเด็ดขาด น้ำยาต่างๆ เหล่านี้ จะทำให้อุปกรณ์สแตนเลสเป็นรอยด่าง หรือรอยไหม้ได้
5. ห้ามใช้ผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจานในการทำความสะอาดกระจก
6. ห้ามซ่อมแซม กระจก หรือ อุปกรณ์ ด้วยตัวเองโดยเด็ดขาดควรปรึกษาช่างติดตั้งกระจกก่อนทำการใดๆ
7. การทำความสะอาดกระจก วัสดุที่นำมาใช้ในการทำความสะอาด ควรเป็นผ้าสะอาด, ผ้าดูปองท์ (ผ้าทำความสะอาดรถยนต์), กระดาษหนังสือพิมพ์  เป็นต้น
8. อุปกรณ์ทำความสะอาดกระจกควรทำมาจากพลาสติก
9. น้ำยาที่ใช้ทำความสะอาด ควรเป็นน้ำยาเช็ดกระจกเท่านั้น
10. ครีมขัด ควรเป็นครีมขัดกระจกเท่านั้น

เมื่อเลือกใช้กระจกเทมเปอร์มาใช้งานแล้ว ก็อย่าลืมที่จะดูแลรักษา ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง และสม่ำเสมอเป็นประจำด้วยเช่นกัน


Updated: 31 ส.ค. 2561 เวลา 12:04 น.
วิธีจัดวางสิ่งของบนโต๊ะตามหลักฮวงจุ้ย

วิธีจัดวางสิ่งของบนโต๊ะตามหลักฮวงจุ้ย


โต๊ะทำงานเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับหลายคน นั้นหมายถึงเรื่องของหน้าที่การงานและความก้าวหน้าในธุรกิจ โต๊ะทำงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกออฟฟิศและทุกครอบครัว เพราะนอกจากจะเป็นมุมนั่งทำงานแล้วนั้นบางครั้งอาจจะเป็นมุมที่ทำให้คุณได้พักผ่อนเมื่อทำงานหนัก สำหรับการจัดว่างสิ่งของบนโต๊ะไม่ว่าจะเป็น โต๊ะทำงานข้าราชการ หรือโต๊ะในออฟฟิศต่างๆ ช่วยให้การทำงานนั้นมีความราบรื่นมากขึ้น นอกจากนั้นโต๊ะทำงานยังเข้ามาช่วยเติมแต่งความงามให้กับที่พักอาศัยหรือออฟฟิศของคุณได้ดีอีกด้วย  ดังนั้นการเลือกใช้โต๊ะทำงานสักแบบควรมองถึงเรื่องความเหมาะสม และเมื่อได้โต๊ะทำงานมากแล้วก็ควรจัดว่าในที่เหมาะสมเช่นกัน รวมถึงการจัดวางสิ่งของต่างๆเพื่อให้โต๊ะทำงานของคุณดูดีและช่วยเสริมดวงในหน้าที่การงาน ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

1. โต๊ะทำงานควรมีการจัดวางต้นไม้อยู่บนโต๊ะเพราะต้นไม้เป็นของที่ช่วยส่งเสริมดวงในเรื่องความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองได้เป็นอย่างดี เพราะต้นไม้เป็นตัวแทนที่สื่อถึงการงอกงามการออกดอกออกผล  และเจริญเติบโตแนะนำว่าให้ลองหาต้นไม้พันธุ์ไม้เล็กมาตั้งไว้ตำแหน่งด้านซ้ายบน แต่สำหรับใครที่ต้องการส่งเสริมเรื่องเกียรติยศ ความมีชื่อเสียงแนะนำให้ใช้เทียนไขหรือโคมไฟตั้งโต๊ะ เปรียบเสมือนการจุดไฟให้กับตัวเองส่วนตำแหน่งในการวางควรวางบริเวณตรงกลางด้านหน้าโต๊ะทำงาน

2. โต๊ะทำงานควรมีที่โล่งๆ เพื่อไว้สำหรับการทำงานเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแสดงว่าเป็นผู้ที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยทำงานเสร็จรุล่วงได้ทันท่วงที สำหรับโต๊ะทำงานควรมีรูปครอบครัว อยู่บนโต๊ะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานเพิ่มกำลังใจเป็นสำคัญ สำหรับโต๊ะทำงานที่มีของเยอะบางคนอาจเข้าใจว่าการมีของบนโต๊ะเยอะเหมือนการงานรุ่งเรือง แต่จริงๆแล้วการมีของบนโต๊ะเยอะส่งผลให้เกิดอุปสรรคปัญหาในการทำงานนั้นเอง ดังนั้นหากบนโต๊ะทำงานใครที่มีของบนโต๊ะเยอะก็ควรจะจัดให้เป็นระเบียบไม่ควรปล่อยให้รกรุงรังมากจนเกินไป

3. โต๊ะทำงานควรจัดว่างเอกสารในที่ที่เหมาะสม สามารถที่จะทำงานได้อย่างสะดวกสบาย รองรับเอกสารและใช้งานได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ไม่ควรนำสิ่งของอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการมาตั้งไว้บนโต๊ะ ซึ่งนอกจากจะมองไม่เหมาะสมแล้วยังทำให้ดวงชะตาของคุณไม่ดีอีกด้วย การจัดว่างสิ่งของอย่างเหมาะสมบนโต๊ะนั้นทำให้ทุกอย่างน่ามอง การงานเจริญรุ่งเรื่อง ที่สำคัญการรับประทานอาหารบนโต๊ะทำงานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้โต๊ะดูสกปรกแล้วยังส่งผลให้ภาพลักษณ์ในการทำงานของคุณไม่ดีอีกด้วย เกิดคราบสกปรก มองดูแล้วไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง


Updated: 19 ส.ค. 2561 เวลา 11:22 น.
การจัดหาโต๊ะนักเรียน ความเหมาะสม และความปลอดภัยในการใช้งาน

การจัดหาโต๊ะนักเรียน ความเหมาะสม และความปลอดภัยในการใช้งาน


โต๊ะเก้าอี้นักเรียน เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่งในการเรียนหนังสือ และจะต้องพิจารณาเลือกเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและคุ้มค่ามาก

ในการจัดหาหรือซื้อโต๊ะเก้าอี้นักเรียน สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
- ของบประมาณเพื่อจัดซื้อโต๊ะเก้าอี้นักเรียนจากทางกระทรวงศึกษาธิการ
- ใช้งบประมาณของโรงเรียน
- ใช้งบประมาณส่วนตัวของครู หรือบุคลากรในโรงเรียน
- มีผู้สนับสนุน เช่น องค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนเป็นงบประมาณ หรือบริจาคเป็นโต๊ะเก้าอี้นักเรียน หรือขอทุนจากหน่วยงานต่างๆ หรือขอรับบริจาคจากโรงเรียนต่างๆ
- สามารถหาซื้อเป็นมือสองในสภาพดีเพื่อความประหยัด

ขนาดของโต๊ะนักเรียนที่ได้มาตรฐาน
โต๊ะเก้าอี้นักเรียนที่ได้มาตรฐาน คือโต๊ะเก้าอี้นักเรียนที่ผลิตตามวัยต่างๆ ของเด็กไทย แบ่งออกได้เป็น 3 ขนาดคือ
- โต๊ะนักเรียนระดับอนุบาลขนาดมาตรฐาน กว้าง 40 x ยาว x 60 x สูง 55 ซม. เก้าอี้ขนาด กว้าง 30 x ยาว 34 x สูง 30 ซม.
- โต๊ะนักเรียนระดับประถมขนาดมาตรฐาน กว้าง 40 x ยาว x 60 x สูง 65 ซม. เก้าอี้ขนาด กว้าง 30 x ยาว 38 x สูง 35 ซม.
- โต๊ะนักเรียนระดับมัธยมขนาดมาตรฐาน กว้าง 40 x ยาว x 60 x สูง 75 ซม. เก้าอี้ขนาด กว้าง 38 x ยาว 40 x สูง 45 ซม.
ความปลอดภัยในการใช้งาน
ความปลอดภัยในการใช้งานโต๊ะนักเรียน ควรพิจารณาตามหลักดังต่อไปนี้
- อยู่ในสภาพดีและเหมาะสมในการใช้งาน
- ไม่โยกเยกง่าย และมีเสียงดัง
- หากเป็นโต๊ะที่มีตัวล็อกขาโต๊ะ จะต้องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- มีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้ดี
- หากซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเหมือนเดิมไม่ได้ ควรซื้อหรือหาใหม่

เมื่อจัดหาโต๊ะเก้าอี้นักเรียนได้อย่างเหมาะสม เลือกขนาดที่มีมาตรฐานตามช่วงวัยของนักเรียน และคำนึงถึงในเรื่องของความปลอดภัย ก็นับได้ว่าเป็นการสร้างและสนับสนุนให้เกิดคุณภาพการศึกษาที่ดีด้วย


Updated: 13 ส.ค. 2561 เวลา 23:10 น.
ตกแต่งร้านอย่างไรให้น่าสนใจ

ตกแต่งร้านอย่างไรให้น่าสนใจ


นอกจากเรื่องของฝีมือในการให้บริการแล้ว การตกแต่งร้านให้น่าสนใจก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน สำหรับใครที่มีธุรกิจเกี่ยวกับร้านให้บริการต่างๆ การเลือกตกแต่งร้านให้เหมาะสมและดึงดูดความสนใจของลูกค้า ส่งผลให้ร้านได้รับการตอบรับมากขึ้น เช่น การ รับออกแบบร้านทำเล็บ ผู้ออกแบบร้านจะสร้างความสนใจให้กับลูกค้าโดยการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้เป็นอย่างดี สำหรับลูกค้าที่มีกำลังซื้อร้านอาจจะต้องออกแบบให้มีความหรูหรา และเน้นการให้บริการที่ดี มีผู้ให้คำแนะนำและดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ สถานที่ตั้งของร้านอาจเป็นสถานที่เฉพาะ เป็นร้านขนาดใหญ่ที่ตกแต่งออกมาเป็นอย่างดี สำหรับลูกค้ากลุ่มล่างหรือนักเรียน นักศึกษา หรือผู้มีรายได้น้อย ก็สามารถที่จะตั้งร้านได้ตามสถานที่ทั่วไป เช่น ตลาดนัด ตลาดเปิดท้าย หรือตั้งโต๊ะในที่ทั่วไปโดยไม่มีหน้าร้านคอยให้บริการ ซึ่งการให้บริการแบบนี้จะมีราคาถูกกว่าแบบแรก เพื่อให้การตกแต่งร้านเป็นไปตามวัตถุประสงค์เจ้าของร้านสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตกแต่งร้านได้ดังนี้

1. อันดับแรกต้องดูก่อนว่าร้านของคุณจัดอยู่ประเภทไหน แล้วก็สำรวจตั้งร้าน สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในพื้นที่บริเวณนั้น ว่าแนวโน้มธุรกิจจะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด
2. หลังจากเลือกธุรกิจร้านค้าที่จะทำแล้ว เราก็ต้องหาคอนเซปต์ของร้าน เพื่อสร้างความแตกต่าง สร้างความโดดเด่นร้านค้าในแบบไม่ซ้ำใคร เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าและการบอกต่อเพื่อขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักร้านมากยิ่งขึ้น
3. การจัดร้านโดยเลือกใช้ แสง สี เสียง และกลิ่น ให้เข้ากับร้านค้าช่วยสร้างความสวยงาม เพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าของร้านมากขึ้น เช่น การใช้แสงสีนวลสำหรับร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายเครื่องประดับ จะช่วยให้สินค้าดูสวยงามมากขึ้น สำหรับเสียงก็มีส่วนในการสร้างบรรยากาศภายในร้านการเปิดเพลงเบาๆ ภายในร้านขายสินค้า เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการให้ลูกค้าได้เลือกชมสินค้าได้นานๆ และการใช้กลิ่นในการสร้างบรรยากาศภายในร้านจะช่วยให้ร้านดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
4. การจัดวางในระดับสายตาของลูกค้า เมื่อสินค้าหมดต้องจัดสินค้าตัวเดิมมาเติมให้เต็มไม่ควรปล่อยให้ว่างจะดูไม่สวยงามการตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ในร้านควรให้มีพื้นที่ทางเดินเพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกเพิ่มความแตกต่างในการจัดเรียงสินค้าโดยการแยกหมวดหมู่สินค้าภายในร้าน มีชั้นวางสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้าได้ทดลอง
5. ใช้เฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่งร้านให้เข้ากับสไตล์ของร้าน เช่น ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ทันสมัยและประดับตกแต่งด้วยวัสดุที่แปลกใหม่ ประดับด้วยเครื่องประดับหรูหราหรือเรียบง่ายแบบธรรมชาติควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ช่วยให้รู้สึกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ


Updated: 5 ส.ค. 2561 เวลา 21:33 น.
หน้าที่: 1   |   2   |   3   |   4   |   5      »      [9]

 

Copyright @ 2013 : http://shawngriffiths.com